Tuesday, November 11, 2008

มันจะอะไรกันนักกันหนา กะแค่วีซ่าทักษิณ

ทำราวกับว่า บ้านนี้เมืองนี้ จะเป็นจะตาย อยู่ที่ทักษิณคนเดียวซะงั้น มันจะไม่เป็นการให้เกียรติกันเกินไปหน่อยหรือ กะแค่ชายชาวไทยคนหนึ่ง ที่แม้จะรวยล้นฟ้า แต่ก็ถูกอายัติทรัพย์จนเกลี้ยงจ้อย หนำไม่ซ้ำยังมาเจอตุลาการพิฆาต จนแทบว่าจะเอาตัวไม่รอด ต้องหอบลูกจูงเมีย หนีกระเซอะกระเซิง ไปอาศัยบ้านอื่นเมืองอื่น พอให้ได้คุ้มกะลาหัว

แต่เพราะเหตุไร กะแค่คนไม่มีแผ่นดินอยู่ หนึ่งเดียวคนนี้ พอพลิกตัวทีไร คนที่มีแผ่นดินอยู่ ก็แทบจะคลั่งตายซะให้ได้

สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆคิดนึก ตรึกตรองดูให้ดีๆ ว่าที่ร้อนรนกันอยู่นี้ พวกท่านกลัวกันไปเองหรือเปล่า หรือจะให้คิดว่า มันเป็นธรรมดาของคนที่ทำชั่วเป็นอาจิณ ถึงแม้จะสุขกาย แต่มันตายตาไม่หลับ พอเคลิ้มๆทีไรต้องเป็นอันสะดุ้งผวา ไม่อาจนอนให้เต็มตาได้ซักคืน ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่สู้ส่งคนจากเขายายเที่ยง ไปกราบเท้าเขาซะให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

ก็เพราะจิตใจคับแคบอย่างนี้ เอาแต่ใจตัวเองก็ปานนั้น มันถึงได้มีความคิดบ้าๆบวมๆ จนลากกันเข้ารกเข้าพง สุดท้ายไปโผล่เอาที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วดันมาตีหน้าเซ่อ ชวนกันหาทางออกให้วิกฤติ แหมฟังแล้วมันคันปาก อยากจะถามว่า เมื่อไหร่พวกแกจะเลิกหาทางเข้าให้วิกฤติซะที

ในขณะที่ปากก็พล่ามไปเรื่อย ว่าคนไทยด้วยกันขอให้รู้รักสามัคคี แต่ก็ไม่พูดให้สุด ว่าโปรโมชั่นนี้ยกเว้นคนชื่อทักษิณคนเดียว เพราะขานั้นเขาไม่ถือว่าเป็นคนไทยอยู่แล้ว เพราะเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่พอได้ข่าวว่าทักษิณถูกถอนวีซ่า พวกมันจะกระดี๊กระด๊ากันยกใหญ่

โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายแค้นนั้นยิ่งแล้ว แหมมันดีใจจนคุมสติไม่อยู่ เรียกว่าไม่นึกไม่ฝัน ลูกจะลอยมาเข้าทางตีนเอาดื้อๆจนได้ แล้วเรื่องอย่างนี้ มีหรือมาร์คจะบอยคอต ตรงกันข้าม กลับรีบเท็คตัวขึ้นโหม่ง ซะเต็มกบาล กะว่างานนี้ไม่ตายก็คางเหลือง นี่แหละ คือสันดอนของคนที่เคยผายลมทางปากว่า มาเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์..สาบานได้ว่าสร้างสรรค์

ก็ให้มันรู้กันไป ตราบใดที่คิดแต่จะเอาชนะคู่แข่งทางการเมือง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการต่ำทรามเพียงใด ก็กล้าทำ แต่ไม่เคยแม้แต่น้อย ที่จะคิดเอาชนะใจประชาชน มีแต่ซ้ำเติมให้เจ็บแค้นขึ้นทุกวัน แล้วอย่างนี้ ถ้ายังฝืนจะเป็นนายกฯให้ได้ ก็เชิญตามสบาย ถ้าไม่กลัวว่าจะนำพาภัยพิบัติ มาสู่โคตรเหง้าวงศ์ตระกูลของตัวเอง

จำใส่กะโหลกหนาๆไว้เลยว่า มาถึงวันนี้ หลังจากที่ถูกตีจนแกร่งกล้า ประชาชนได้ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองแล้ว พวกเขาสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิของตัวเอง ที่จะไม่ให้ใครมาย่ำยีเหมือน 19 กันยาอีก ทักษิณนั้น แค่เอาประชาธิปไตยมาให้ชิม นอกเหนือกว่านี้ ก็ไม่ได้มีอิทธิพลใดๆ ต่อการต่อสู้ของประชาชน เพราะไม่ว่าทักษิณจะอยู่หรือไป พวกเขาก็ยังสู้อยู่ดี

การต่อสู้ครั้งนี้ เพื่อนำความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมไทย ดังนั้น แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อก็ต้องทำ ถ้าทักษิณจะได้ประโยชน์จากการต่อสู้ครั้งนี้ ก็ช่วยไม่ได้ ต่อให้คนที่ถูกย่ำยี เปลี่ยนเป็นเจ้ามาร์ค พวกเขาก็ยังจะสู้เช่นนี้อยู่ดี เพราะมันคือการต่อสู้เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

หากยอมให้ขื่อแปบ้านเมืองถูกทำลายไป ไม่ช้าก็เร็ว เภทภัยนั้นจะย้อนกลับมาหาทุกคนในสังคม เมื่อพวกมันทำกับทักษิณได้ แล้วมีหลักประกันอันใด ว่าจะไม่ทำกับคนอื่น

ต้องยอมรับกันว่า ที่เรื่องมันบานไม่รู้หุบอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะจนแล้วจนรอด อำมาตย์ยังไม่ยอมก้าวออกมา ยืนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงซะที พวกเขายังหลอกตัวเองไม่เลิก ว่ากำลังต่อสู้กับทักษิณ ทั้งๆที่เผชิญหน้ากับมวลมหาชนอยู่ทนโท่ ก็ยังกล้าหลอกตัวเองว่า คนเหล่านั้นถูกซื้อด้วยเงิน

ถ้าความคิดยังงมโข่งอยู่ในกะลากันอย่างนี้ ก็ขออวยพรให้จำเริญๆเถอะพ่อคุณ ไม่ต้องมาช่วยคิดหาทางออกให้สังคมหรอก

เอาแค่หาทางออกให้พวกตัวเองได้..ก็สาธุแล้ว

วโรทาห์: 11 พ.ย. 51

No comments: