เป็นอันว่าได้ฤกษ์เบิกโรง กางใบแล่นฉิวปลิวลมออกทะเลไปชนิดกู่ไม่กลับซะแล้ว พรรคเก่าแก่โบร่ำโบราณประจำชาติไทย พักนี้จะหยิบจะจับอะไรดูมันมั่วซั่วไปหมด หาแก่นสารอะไรไม่ได้ซักอย่าง หลังจากที่เข็นมุขอะไรออกมาก็แป้กหมด ไม่รู้ว่ากี่มุขต่อกี่มุข จนขี้เกียจจะนับ
เชื่อแล้วหละว่าโง่จริงไม่ได้แกล้งโง่ ก็ดูมันคิดออกมาแต่ละมุขสิ ถ้าไม่โง่จริงจ้างให้ก็คิดไม่ได้ อย่างเรื่องขนยังงี้ เรื่องธงยังงี้ แล้วนี่ยังมาเล่นเรื่องหมิ่นอีก รู้ทั้งรู้ ว่ามันเป็นเครื่องหมายการค้าของแป๊ะเค้า นี่ถ้าไม่จนปัญญาจริงๆ มีหรือจะมาแย่งลูกค้ากันเอง
ที่ไหนได้ ประชาชนเจ้ากรรมก็ดันมารู้ทัน จัดการถีบหัวส่งออกจากสนามเลือกตั้งจนเกลี้ยงจ้อย เฉดหัวกันราวกับไม่เห็นว่าเป็นคน เลยเสียหมากันไปเป็นแถว ขนาดว่าทางใต้ที่ว่าเชื่อขนมกินได้ ส่งเสาไฟฟ้าลงไปยังเลือก แต่เที่ยวนี้แทบจะบ้าตาย มันถอดน็อตไปหมดเกลี้ยง แต่ไม่เอาเสา
เอาๆ จะชี้แจงตอบโต้ยังไงก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าจะมาแถก็ขอแนะนำว่าอย่าดีกว่า ขาแถเจ้าเก่าเขาประจำการอยู่เป็นกะตั้ก ฝีมือก็อย่างเทพ แถได้แถดีแถจนเซิร์ฟเวอร์เดี้ยงไปตั้งหลายลูก เสียอย่างเดียวมันต้องทำตามธง เลยผลุบๆโผล่ๆสามวันดีสี่วันไข้ ยังกะผีนางตานี หิ้วหวีไปหิ้วหวีมา เอาแน่เอานอนไม่ได้
Tuesday, May 20, 2008
ประชาธิป่วน..ออกทะเลไปซะแล้ว
Wednesday, May 14, 2008
หัวเถิก..ชักจะเครียดจัด
Monday, May 12, 2008
สื่อ..ไม่ใช่พ่อ
บ้านก็ไม่ได้อาศัยมันอยู่ ข้าวก็ไม่ได้ขอมันกิน ใครไปยกให้เป็นพ่อตั้งแต่เมื่อไหร่ สื่อไทยมันถึงได้ใหญ่โตคับฟ้ากันนัก เจ้ากี้เจ้าการตัดสินแทนประชาชนเสร็จสรรพ ด่าว่ารัฐบาลของประชาชน อย่างไม่มีเหตุมีผล เล่นกันเสียๆหายๆ ด่ากันขนาดว่าคนชั่วครองเมืองไปโน่น อ้าวเฮ้ย..ประชาชนเขาเลือกของเขามา จะีดีจะชั่วมันก็เรื่องของเขา ต้องให้เวลารัฐบาลทำงาน 4 ปีตามรัฐธรรมนูญ ชั่วดีถี่ห่าง เดี๋ยวเขาว่ากันเอง พวกเอ็งเป็นใคร ทำไมถึงจะมาทำตัวเป็นเจ้ากรรมนายเวร ตามจองล้างจองผลาญกันไม่เลิก ไม่ต้องกลัว ถ้าแน่จริงเดี๋ยวประชาชนออกไปช่วยเลือกให้ เข้าตามตรอกออกตามประตู อย่างมาหาเศษหาเลย ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะเดินทางลัด แอบตั้งก๊กตั้งก๊วน สุมหัวกันเป็นมาเฟียคุมประเทศ ทีสมัยคมช.ครองเมือง มันบอกว่าไม่แทรกแซงสื่อ แต่สื่อยกย่องยิ่งกว่าบิดาบังเกิดเกล้า เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู ทำอะไรก็ถูกไปหมด ใครมาเป็นใหญ่มันต้องตีให้หงอ พรรคเก่าแก่ยังเคยโดนตีเมืองขึ้น สมัยปู่พิชัยโดนมันยำซะเละตุ้มเป๊ะ ทำอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด ในที่สุดปู่แกเลยต้องหงอ ยอมยกพรรคให้คนใต้แต่โดนดี เจรจาต้าอ้วยกันเสร็จสรรพ ตั้งแต่นั้นมาเลยกลายเป็นพรรคเทพ อุ้มสมกันใหญ่ สื่อกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์ปชป. ทำอะไรก็ถูกไปหมด เป็นรัฐบาลทีไรก็สบายบรื๋อ สะดือปลิ้นกันไปถ้วนหน้า ใครแหยมมาเป็นโดนมันยำเละ ทั้งน้าชาติ ปู่เติ้ง ไปจนยันลุงจิ๋ว ไม่มีใครรอดเงื้อมมือมารไปได้ซักคน โทษฐานที่ไปแข่งวาสนาเป็นรัฐบาลกับพรรคคนใต้ มาถึงสมัยนายกฯทักษิณมันเลยย่ามใจ ตอนแรกก็นึกว่าจะเล่นง่าย เล่นไปๆชักจะไม่ไหวเลยไปลากทหารออกมาปฏิวัติ คราวนี้เลยงานช้าง เพราะนายกฯรากหญ้าไม่ใช่คนหัวเดียวกระเทียมลีบ มีประชาชนแบ็คอัพอยู่ทั้งแผง เรื่อง 2 มาตรฐานก็พวกสื่อนี่แหละเจ้าตำรับ ไม่ต้องไปว่าใคร อย่างสมัยที่ปชป.ไปตีรวนรัฐบาลน้าชาติ เหมือนที่มันกำลังตีรวนลุงหมักอยู่นี่แหละ พอน้าชาติตั้งท่าว่าจะยุบสภา โห..สื่อแหกปากกันใหญ่ ตกใจกันแทบตาย บอกว่ายุบไม่ได้ สภาไม่มีความผิด จะไปยุบได้ยังไง เอ้า..เลยไม่ได้ยุบ ลากกันจนมาเจอปฏิวัติ และแล้วเมื่อปชป.ไม่ได้เป็นรัฐบาล วงจรอุบาทว์ก็กลับมา สื่อช่วยกันข่มขู่รัฐบาลเป็นการใหญ่ ประชาชนจะชุมนุมใหญ่บ้างหละ จะนองเลือดบ้างหละ ทหารจะปฏิวัติบ้างหละ เออเนาะ..ท่าทางมันจะอาเพศไปกันใหญ่ ก่อนนี้ใครจะปฏิวัติทีต้องเก็บเงียบกันสุดชีวิต แต่มาถึงวันนี้กลับปูดกันอย่างกับต่อยหอย เรื่องปฏิวัตินี่มันเอิกเกริกยิ่งกว่ามหกรรมธงฟ้าราคาถูกซะอีก วโรทาห์: 11 พ.ค. 51
เป็นสื่อแล้วมันเป็นไง มันวิเศษวิโสกว่าอาชีพอื่นเค้าซักแค่ไหน ถ้าเก่งจริงก็โดดลงสมัครรับเลือกตั้งไปบริหารบ้านเมืองซี่ มาต๊อกต๋อยเป็นสื่อเส็งเคร็งอยู่ทำไม
ทำเป็นมาตีปี๊บให้ไปเลือกคนดี แต่คนดีของพวกเอ็งมันสุมหัวกันอยู่ในพรรคเก่าแก่แค่พรรคเดียว ถ้างั้นก็ไม่ต้องมาคุย ก็คนพรรคนั้นชาวบ้านเค้าไม่เลือก จะให้บอกอีกซักกี่ครั้งว่าไม่เอาๆ ถ้าเห็นว่าดีนักก็ไปเลือกกันเองซี่ มายัดเยียดให้คนอื่นเค้าทำไม
โห..เล่นง่าย ช่วยกันล็อคฝ่ายพปช.เอาไว้ ปล่อยให้อีกฝ่ายถลุงเอาๆ จนหน้าตาบวมปูด ยังมีหน้ามาด่าว่าเค้าเป็นสายล่อฟ้า ไปยั่วยุให้พวกนั้นมายำเอง เออ..มันท่าจะบ้า เค้าได้เป็นรัฐบาลดีๆอยู่แล้ว ใครจะไปยั่วยุหาพระแสงวิมานอะไรให้มันเปลืองตัว จะพูดจะจาอะไรก็หัดใช้สมองกันหน่อย คงคิดว่าคนไทยยังโง่อยู่มั้ง
สมัยนายกฯทักษิณ ก็แหกปากกันใหญ่ว่าเค้าแทรกแซงสื่อๆ แทรกบ้าแทรกบออะไรสื่อถึงได้ด่าเค้าอยู่ได้ทุกวัน ถ้าลงด่าได้ขนาดนั้นก็ปล่อยให้เค้าแทรกไปเหอะ
เป็นสื่อแต่ดันมาเลือกข้าง งุบงิบเปิดพื้นที่สื่อให้พวกเดียวกัน แต่ทีฝ่ายตรงข้ามนี่มันปิดกั้นทุกวิถีทาง ตอนนปก.ประท้วงเผด็จการ เป็นเรื่องดีแท้ๆมันปิดข่าวเงียบ ถ้าออกข่าวก็บิดเบือนใส่ไคล้ ให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่มาตอนนี้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย พันธมิตรดันออกมาป่วนเมือง มันแห่ทำข่าวให้เอิกเกริก ยังกับมหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร แถมช่วยป้ายสีฝ่ายตรงข้ามให้เสร็จ
ทีนี้กลับกัน พอมารัฐบาลชวน1 เจอคดีสปก.เข้าไปมั่ง หันรีหันขวางดูท่าว่าไม่รอดแน่ มีดโกนปากจัดเลยตั้งท่าจะยุบสภา คราวนี้ชาวบ้านเลยบอกมั่ง ว่ายุบไม่ได้สภาไม่มีความผิด หน็อย..สื่อมันพลิกลิ้นหน้าด้านๆ บอกว่ายุบได้ไม่มีปัญหา อ้างไปถึงอังกฤษโน่น บอกว่าพอรัฐบาลเค้าเสียงดีก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ไม่เกี่ยวกับว่าสภาจะมีความผิดหรือเปล่า นั่น..ลิ้น 2 แฉกจะพูดยังไงก็ได้
ตอนรัฐบาลนายกฯทักษิณ ฝ่ายค้านดันได้เสียงน้อยเอง โอย..สื่อแทบจะดิ้นตาย ยำรัฐบาลยกใหญ่ว่าไม่ชอบธรรม ต้องให้เลือกตั้งใหม่ แต่ย้อนไปสมัยรัฐบาลชวน2 ฝ่ายค้านลาออกกันยกแผง รัฐบาลยังนั่งหน้ามึนลากยาวไปจนครบเทอม เซ็นต์โปรเจ็คกันจนพุงปลิ้น สื่อยังนั่งอมสากกันเฉย อย่านึกนะว่าไม่มีใครจำได้ อย่างนี้แล้วมันจะไว้ใจกันได้ยังไง
Thursday, May 8, 2008
ชมรมหมอผีเหลาเหย่..กระแทกฝาโลง
ช่วงนี้เปลี่ยนผ่านฤดูกาล เลยสะบัดร้อนสะท้อนหนาว จับไข้สั่นกันเป็นทิวแถว ไหนจะต้องระวังโรคพิษสุนัขบ้าอาละวาดแล้ว ยังต้องคอยกันท่าผู้สูงอายุ ไม่ให้ออกมาเต้นแร็ปอีกต่างหาก ยิ่งบ้าๆกันอยู่ด้วยพวกเฒ่าแว้นทั้งหลาย แล้วเรื่องดื้อก็เป็นที่หนึ่ง ยิ่งแก่ยิ่งเฮี้ยน ยิ่งรู้มากยิ่งดื้อหนัก ดื้อไม่บันยะบันยัง ดื้อกันหัวฟัดหัวเหวี่ยง
อารัมภบทเสร็จก็มาว่าต่อด้วยเรื่องดื้อ เอ๊ยเรื่องหมอกันดีกว่า วันก่อนมีหมอโรคจิตไปออกรายการทีวี จีบปากจีบคอกระซวกนายกฯซะเละตุ้มเป๊ะ วิเคราะห์อาการทางจิตกันจ๋อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ตรวจซักกะติ๊ด เล่นเอาฮือฮาไปทั้งบาง เดี่ยวนี้วิทยาการก้าวไกล ขนาดว่าวิเคราะห์โรคกันกลางอากาศแล้วหรือนี่
ขนาดคนไข้ของตัวเอง โดยจรรยาบรรณยังไม่ควรเอาความลับเค้ามาแฉ นี่ไม่ได้เป็นคนไข้ซักกะหน่อย แถมยังเป็นถึงนายกฯของคนไทย มันเอามาเล่นเป็นขนม
จึงไม่แปลกที่หมอเอง จะถูกประชาชนย้อนศรวิเคราะห์เอามั่ง ป่นปี้หนักเข้าไปอีก ให้มันรู้ซะมั่ง ว่าเดี๋ยวนี้ชาวบ้านก็วิเคราะห์เป็น เห็นแต่เจ๊แกร้องอยากกลับบ้าน ไม่รู้ว่าป่านนี้หาทางกลับเจอหรือยัง
ความวัวไม่ทันหายความ_วายก็เข้ามาแทรก ชมรมหมอผีเหลาเหย่กระแทกฝาโลงแห่งประเทศไทย ไม่รู้เกิดเฮี้ยนขึ้นมายังไง จู่ๆไม่มีปี่มีขลุ่ยหรือแม้แต่ซออู้ซอด้วง พากันโผล่หน้าอันชวนสยอง พร้อมกับหัวเหม่งๆออกมาพรึ่บพรั่บ เปิดฉากจ้อกันจ๋อยๆๆ อย่างกับนกแก้วนกขุนทอง
สรุปว่าพวกข้านี่แหละประสบการณ์สูง พูดกันตรงๆว่าแก่มากนั่นแหละปู่ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มากโข เลยรู้ดีกว่าพวกเอ็งเป็นไหนๆ วันนี้หวังดีก็เลยออกมาเตือนกัน เรื่องของเรื่อง ทุกอย่างอยู่ที่ทักษิณคนเดียว ให้ยุติบทบาทไปซะถ้าไม่อยากนองเลือด ที่พูดนี่รับรองว่าพวกข้าเป็นกลาง กลางหว่างอกเผด็จการเป๊ะๆเลยซิท่า
เหวอซิท่าน เจอผู้อาวุโสวิเคราะห์เจาะลึกตรงประเด็น เวรแล้วประเทศไทย คราวที่แล้วก็ออกมาฟาดเคราะห์ไปที จนเจ๊งไม่เป็นท่ามาแล้ว ก็ปู่เล่นประสานเสียงออร์เคสตร้า ดาหน้าขอนายกฯม.7กันเสียงขรม ผลปรากฎว่าเรียบร้อยโรงเรียนคมช. ได้นั่งหัวเหม่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ปีกว่า สบายบรื๋อสะดือปลิ้น เลียปากอยู่แผล็บๆ
อร่อยเหาะซะขนาดนั้น ใครมันจะไปอดใจไหว คราวนี้เลยออกมาสร้างผลงานกันแต่เนิ่นๆ ปะเหมาะเคราะห์ดีได้เป็นรัฐมนตรีอีกซักกระทอก ตายเป็นผีก็ยังสบายใจ เคราะห์หามยามร้าย ตายคาตำแหน่งขึ้นมา ได้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอีกต่างหาก ใครไม่รู้ ก็ต้องยกนิ้วให้ว่าขยันจัด ทำงานจนตายคาเก้าอี้ เท่ห์กว่าตายคาอกเป็นไหนๆ
แต่โทษทีเหอะปู่ ที่จ้อมาเป็นฉากๆนี่ทำไมมันคุ้นหูจัง ว๋าย..จำขี้ปากเค้ามาพูดนี่หว่า เอ้า..ก็แน่ละสิ อายุปูนนี้แล้ว จะตายวันตายพรุ่งยังตุ๊มๆต่อมๆอยู่เลย ใครจะไปมีแก่จิตแก่ใจ คิดใหม่ทำใหม่ให้เมื่อยตุ้ม แค่จำขี้ปากเค้ามาได้ ไม่หายหกตกหล่นนี่ ก็นับว่าบุญโขแล้วหละหลาน
เอา..เอา ถึงจะจำขี้ปากเค้ามาก็เถอะ แต่ใครพูดคนนั้นรับผิดชอบ ในเมื่อกล้าป่วนก็อย่ากลัวโดนด่า อย่านึกว่าใครเค้าจำไม่ได้นะปู่ ย้อนหลังไป ครั้งที่ลุงจิ๋วเป็นนายกฯ ก็ออกมาป่วนกันทีนึงแล้ว แหกปากกันปาวๆ ประสานเสียงกันหงิงๆ กล่าวหาลุงจิ๋วเป็นอัลไซเมอร์ทั้งๆที่ไม่ได้ตรวจแกซักกะหน่อย
แล้วเป็นไงล่ะ ผ่านมาสิบกว่าปี คนเป็นอัลไซเมอร์ยังท่องบัญญัติ 10 ประการอยู่จ๋อยๆ ก่อนหน้านี้ไม่นานก็ยังเร่ขายโซ่ข้อกลางอยู่เหย็งๆ ไม่เห็นมีหน้าไหนออกมารับผิดชอบ
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จะบอกให้เอาบุญน่ะปู่ ว่าสมัยนี้เค้าทำงานทีละหลายอย่างพร้อมกันได้แล้วแหละ สมัยปู่น่ะไม่เถียง นั่นมันระบบดอส ทำงานได้ทีละอย่างก็เฮงแล้ว มากกว่านี้มันงง แต่ยุคนี้มันวินโดวส์ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เรียกว่ามัลติทาสกิ้งตั้งกะปีมะโว้แล้ว ไม่รู้ปู่มัวไปเล่นตี่จับกับคุณย่าอยู่หลังเขาที่ไหนมา ถึงได้ไม่รู้เรื่องรู้ราว
พูดไปก็จะไม่เชื่อกันอีก มีด้วยเหรอทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ไม่งงตายอ่า...
มหกรรมเขียนเสือให้ราชสีห์กลัว ละเลงกันมันบะละฮึ่ม ยิ่งเขียนยิ่งตัวใหญ่ วาดลวดลายซะน่ากลัว เห็นราชสีห์นิ่งเฉยก็ยิ่งมันมือ แต่งแต้มสีสันกันสนุกสนาน แต่พอราชสีห์เริ่มขยับ เท่านั้นแหละเอ็งเอ๊ย วิ่งกันน้ำบานแตะเบรคกันตัวโก่ง กันท่าไม่ให้นายกฯออกมาขย่ม..ไม่เอา..ไม่พูด
เอาหละ ถือว่าขอกันละนะ แก่ขนาดเจียนอยู่เจียนไปกันแล้ว จะพูดจะทำอะไรก็ใช้เหตุใช้ผลกันหน่อย ไม่เห็นด้วยที่จะแก้รัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลอะไรก็ว่ามา ไม่ใช่ไปโยนขี้ใส่เขาว่าแก้เพื่อตัวเอง แล้วทีพวกตัวทำไมถึงกลัวแก้รัฐธรรมนูญกัน จนแทบเสียสติขนาดนั้น แล้วที่ค้านกันหัวชนฝานี่ ก็เพื่อตัวเองทั้งนั้นละน่า
เอะอะก็ใส่ร้ายป้ายสีกันไว้ก่อน แล้วเมื่อไหร่มันจะจบซะที อีกอย่าง..ไม่ต้องมาขู่กันหรอกเรื่องปฏิว้งปฏิวัติ ถ้าปฏิวัติกันจริงๆ ใครเขาจะมาออกข่าวเอิกเกริกขนาดนั้น แล้วมีแต่พวกตัวเองปฏิวัติเป็นซะเมื่อไหร่ ถ้าเกิดฝ่ายตรงข้ามตกใจ ชิงจังหวะปฏิวัติขึ้นมาก่อนละก้อ คงได้เรียงคิวไปเกิดใหม่กันเป็นแถวเชียวละปู่
นี่เอากันแค่เบาะๆพอ..นะปู่นะ หะแรกกะว่าจะถอนหงอกให้จั๋งหนับซักกะหน่อย แต่ไม่รู้มือดีที่ไหนมาชิงตัดหน้าไปจนได้
ผมหงอกผมดำ มันถอนจนล้านเลี่ยนเตียนโล่ง ไม่เหลือไว้ให้คนหลังๆมั่งเล้ย..แม้แต่กระจุกเดียว
วโรทาห์: 7 พ.ค. 51
Tuesday, May 6, 2008
ระบอบอำมาตย์...กำลังทำลายตัวเองอย่างเข้มข้น
19 กันยายน 2549 ถูกบันทึกเป็นวันอันน่าเศร้าอีกวันหนึ่ง เมื่อเครือข่ายอำมาตย์ ซึ่งหยั่งรากฝังลึกเกาะกินประเทศชาติมาช้านาน ได้ลุกขึ้นมากระทำสิ่งที่น่าละอาย ด้วยการนำกองทัพที่สร้างขึ้นด้วยภาษีของประชาชน มาทำการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลของพวกเขาเอง เป็นภารกิจอันน่าบัดสี เพียงหวังทำลายล้างคนไทยคนหนึ่ง ให้สูญสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย
ท่ามกลางสายตาประชาชนที่มองมาอย่างเคียดแค้นชิงชัง มันเป็นการปฏิวัติที่ไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อ แต่ทำลายจิตวิญญาณอย่างย่อยยับ พวกเขาไม่ได้แยแสต่อคำก่นด่าสาปแช่ง ที่ดังอยู่อย่างอื้ออึง กลับเดินหน้าท้าทายอำนาจประชาชนอย่างสุดแสนอหังการ
การปฏิวัติที่ดูเหมือนง่ายดายที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับกลายเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เป็นการปฏิวัติที่โง่เขลาที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นการปฏิวัติที่ทำลายโครงสร้างสังคมจนย่อยยับ และนอกจากที่จะเป็นการปฏิวัติที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องไม่ต่างจากครั้งก่อนๆแล้ว ยังเต็มไปด้วยการทรยศหักหลังกันเอง และแฝงไปด้วยอคติอย่างรุนแรง
ณ.เวลานั้นพวกเขาไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่า นั่นถือเป็นการเริ่มต้นทำลายตัวเองของระบอบอำมาตย์ อย่างเป็นทางการ การปฏิวัติครั้งนั้น อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ระบอบอำมาตย์ ได้มีโอกาสลุกขึ้นมากำชัยชนะไว้อย่างท่วมท้น ก่อนที่จะเดินหน้าไปสู่หายนะตราบชั่วนิรันดร
เหตุเพราะการปฏิวัติที่ไม่จำเป็นครั้งนั้น ได้ปลุกพลังประชาชนขึ้นมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ประชาชนที่หลับไหลมานานนับศตวรรษ ได้ตื่นขึ้นมาเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง โลกที่แสนเจ็บปวดจนยากที่จะยอมรับได้ ตื่นขึ้นมารับรู้ถึงการทรยศหักหลัง อย่างที่คาดไม่ถึง ทำให้ตระหนักว่าพวกเขาต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยตนเอง เพื่อลูกหลานที่จะเติบใหญ่ในภายภาคหน้า
ไม่ว่าเหล่าอำมาตย์จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่พวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับประชาชนแล้วโดยไม่รู้ตัว เป็นการเผชิญหน้าขั้นแตกหัก ที่จำต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพินาศย่อยยับลงไป สัจจธรรมจะได้รับการพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า ระหว่างระบอบอำมาตย์กับประชาชน ฝ่ายใดจะอยู่ยั้งยืนยง
เหล่าอำมาตย์ไม่เฉลียวใจเลยสักนิดว่า ได้พาตัวเองลงไปติดหล่มอยู่ในหลุมดำขนาดมหึมาแล้ว เป็นหลุมดำของการปฏิวัติประชาชน ที่พวกเขาขุดมันขึ้นมาเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เปรียบเป็นเช่นกองทัพอเมริกันอันอหังการ ที่เข้าไปติดหล่มอยู่ในสงครามอิรักจนยากที่จะถอนตัว
เหตุเพราะระบอบอำมาตย์ได้รับการสนับสนุนจากคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีจำนวนมากพอที่จะทำให้พวกเขาเข้าใจผิดได้ว่า นั่นคือเสียงของประชาชน ทั้งที่ยังห่างไกลจากเสียงส่วนใหญ่มากนัก จนแม้เมื่อได้ประจัญหน้ากับเจ้าของอำนาจที่แท้จริง พวกเขายังบังอาจปฏิเสธเสียงส่วนใหญ่ของประเทศด้วยข้ออ้างที่น่าหัวร่อว่า ประชาชนถูกซื้อด้วยเงินตรา
พวกเขาพุ่งเป้าไปที่คนคนหนึ่ง โดยไม่สนใจว่าคนผู้นั้น อยู่ในความคุ้มครองของประชาชน ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่มีศักดิ์และสิทธิ์อันเต็มเปี่ยม ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
เมื่อระบุตัวตนข้าศึกผิดพลาด จึงไม่อาจกำหนดยุทธวิธีที่ถูกต้องได้ เมื่อคิดว่ากำลังต่อสู้กับคนคนหนึ่ง จึงใช้ยุทธวิธีที่จะบดขยี้ตัวบุคคล มาใช้ย่ำยีประชาชน เมื่อไม่รู้ตัวว่ากำลังต่อสู้กับประชาชน จึงไม่รู้สึกสะทกสะท้าน พวกเขาผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะไม่ได้มองปัญหาตามความเป็นจริง พวกเขาถูกโมหะจริตเข้าครอบงำจนปฏิเสธความจริงอย่างไม่ใยดี
สถาบันและองค์กรอิสระต่างๆที่คนของระบอบอำมาตย์ ได้แทรกซึมเข้าครอบงำอย่างเงียบเชียบมาช้านานแล้ว ออกปฏิบัติการเย้ยฟ้าท้าดิน ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม
ทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ นักปลุกระดม ข้าราชการ และพรรคการเมืองในอาณัติ ไม่เว้นแม้แต่กองทัพ และตุลาการ ต่างทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ ด้วยยุทธวิธีการทำสงครามเต็มรูปแบบ เป็นสงครามอันไร้เกียรติ ที่ไทยหมายจะฆ่าไทยให้ด่าวดิ้น
ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของประชาชน เมื่อไม่เป็นใจเหตุใดจึงไร้เสียงทัดทาน ท่ามกลางความหวังให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยยับยั้งสงคราม แต่ผลที่ได้คือความเงียบเฉยและเย็นชา พัฒนาไปสู่การเรียนรู้ของประชาชนอย่างช้าๆ จนประจักษ์ชัดในที่สุดว่า พวกเขาไม่อาจพึ่งพาใครได้นอกจากตัวเอง
การปฏิวัติประชาชนได้เริ่มขึ้นแล้ว และกำลังพัฒนาไปอย่างเงียบเชียบ โดยมีความอยุติธรรมเป็นแรงผลักดัน
การปฏิวัติประชาชนเมื่อเริ่มขึ้นมาแล้ว ย่อมดำเนินต่อไปจนสุดปลายทาง นับแต่นี้ต่อไป ทุกลมหายใจคือการต่อสู้ แม้ต้องสู้อย่างอดทนและยาวนาน แต่บั้นปลายคือชัยชนะอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาอาจพ่ายแพ้บ้างเป็นบางครั้ง
แต่ถึงที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล
วโรทาห์: 5 พ.ค. 51
Sunday, May 4, 2008
วันสื่อเสี้ยมมวลชนไทย
3 พฤษภาคม "วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก" ตรงกับ "วันสื่อเสี้ยมมวลชนไทย" โดยมิได้นัดหมาย แต่มาปีนี้มันมีงาน อาศัยจังหวะดี โน้มคอมาแทงเข่า จัดให้เป็นวันสื่อจวกนายกฯไปให้สมอยาก จุกอกมาแทบตาย ได้ระบายไปบ้างค่อยโล่งขึ้นมาหน่อย
โห..ทำเป็นเล่นไป คราวนี้มาฟอร์มสูง ลากจิตแพทย์เอามานั่งจ้อ เจ้าหมอเสี้ยมนี่ก็พอกัน คงนึกว่าชาวบ้านเค้ายังโง่อยู่ ที่ไหนได้คนไทยยุคใหม่ กินข้าวเป็นอาหาร เชื่อไม่เชื่ออยู่ที่เนื้อหา ไม่ใช่แค่ดูหน้าคนพูดก็เชื่อไปเป็นตุเป็นตะ งานนี้เลยมีหาวเรอ ถามกันให้แซ่ด ว่านั่นมันจิตแพทย์หรือว่าคนไข้กันแน่หว่า
แค่นี้ยังน้อยไป ต้องไปลากเสื้อกั๊กออกมาช่วยจ้อ พาให้เสื้อกั๊กต้องมานั่งเก๊กซิม จำต้องออกมาละเลงขนมเบื้องจนปากเลอะไปหมด เวรกรรม..จู่ๆให้มานั่งจ้อ จังหวะหรือก็ยังไม่ให้ ก็รู้ๆกันอยู่ ตีหัวเข้าบ้านคืองานถนัด ออกมาแต่ละทีต้องมีแต่ได้ไม่มีทางเสียแต่งานนี้มันผิดคอนเซ็ปต์ ดันมีแต่ทางเสียไม่มีทางได้ งานแบบนี้เสื้อกั๊กไม่เคยมาเปลืองตัว แต่ทำไงได้ ในเมื่อพรรคพวกมันเพลี่ยงพล้ำก็ต้องช่วยกัน ที่ผ่านมาสื่อก็ช่วยตีปี๊บไม่เคยบิดพลิ้ว งานนี้เลยต้องช่วยออกมาล่อเป้า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว เฉลี่ยๆให้ชาวบ้านเค้าด่ากันทั่วๆ จะได้ไม่เปลืองตัวอยู่คนเดียว
ก่อนนี้สื่อก็คิดว่าตัวเองเจ๋ง ชงเองด่าเองเล่นจนปากเสื่อม ตอนหลังด่าไปไม่มีใครยอมเชื่อ เลยคิดใหม่ทำใหม่ อุปโลกน์งานวิจัยเอามาให้อ่านกัน อ่านไปอ่านไปต้องร้องไอ๊หยา นี่มันงานวิจวกนี่หว่า ไหงมาแหกตาว่างานวิจัย เอากันดื้อๆ เล่นกันโต้งๆ ด่ากันเพียวๆ จวกนายกฯแทนสื่อ ด่ากันลูกเดียวไม่มีลูกอื่น นี่ละหรืองานวิจัย
คิดง่ายทำง่าย นึกว่าด่าไปให้นายกฯด่ากลับ รายการสมัครพบประชาชนนี่เค้าดังหลาย ลูกเด็กเล็กแดงไปยันผู้เฒ่าผู้แก่ เช้าวันอาทิตย์ทีไรต้องมาเฝ้าหน้าจอ ด่าใครไปคนนั้นก็ดังเปรี้ยง ดังไปคับบ้านคับเมือง เลยมีคนเข้าคิวกันยาวเหยียด แจ้งความจำนงค์ ประสงค์ที่จะโดนด่า
แต่ผิดคาด คราวนี้