๏ สร้างพรรคจนยิ่งใหญ่ ไทยรักไทย อันเลื่องชื่อ
สมองและสองมือ ช่วยนำไทย ให้โผผิน
สองตานั้นเบิ่งดาว แต่สองเท้า ยังติดดิน
เขาหรือคือทักษิณ ที่รากหญ้า ยังอาลัย
๏ วันนี้ไม่มีเขา แต่ชาวเรา ไม่ไปไหน
ยังอยู่สู้ต่อไป เพื่อรอวัน มาสานฝัน
สูญสิ้นไทยรักไทย แต่คนไทย ยังรักกัน
จดจ่อคอยรอวัน ได้ฟูมฟัก สร้างพรรคใหม่
๏ พลังประชาชน ที่รวมพล ไทยรักไทย
พลังอันยิ่งใหญ่ ที่เจิดจ้า ท้าแดดฝน
พลังที่ขลังเข้ม มาเติมเต็ม พลังพล
พลังประชาชน พลังรัก สามัคคี
๏ เชิดหน้าขึ้นสู้ต่อ ไม่ทดท้อ ไม่ถอยหนี
ทะยานสู่เสรี ดุจวิหค ที่ผกเหิน
แรงกายแม้อ่อนล้า แต่สองขา ยังก้าวเดิน
หุบเหวหรือแนวเนิน เผชิญหน้า จะฝ่าฟัน
๏ ภูเขาจะขวางหน้า แม้ภูผา จะขวางกั้น
เพียงเรารวมใจกัน จะกี่ด่าน ก็ผ่านไหว
เสรีที่โหยหา คือประชา ธิปไตย
ตัวตนของคนไท ที่ฝังไว้ ในวิญญาณ
๏ ประชารวมพลัง เพื่อหยุดยั้ง เผด็จการ
ปวงชนผู้กล้าหาญ จะร่วมแรง ทุกแห่งหน
ย่างก้าวกันต่อไป เพื่อนำไทย ให้ทันคน
พลังประชาชน คือความหวัง พลังไทย
วโรทาห์ (๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๐)
Wednesday, August 22, 2007
Sunday, August 12, 2007
แดงโหวตโน
๏ สีแดงดั่งสีชาด คือประกาศ ว่าโหวตโน
ขาใหญ่หรือวัยโจ๋ ก็โหวตโน ใช่โนโหวต
กากบาทในช่องขวา แล้วหย่อนใส่ ในหีบโลด
ธรรมนูญของคนโฉด เอาคืนไป เราไม่รับ
๏ รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ มันสับปลับ
เนื้อหาก็ถอยกลับ มันสอดใส้ ใส่ยาพิษ
กบถมีโทษหนัก ยังยกให้ ไม่เอาผิด
หมกเม็ดกันมิดชิด ของปิดไว้ ไม่ดีแน่
๏ ข่มขู่และขืนใจ ให้รับก่อน ค่อยย้อนแก้
ใจมันนั้นกลัวแพ้ เพราะสีแดง นั้นแดงเถือก
เลือกตั้งต้องมีแน่ ถึงโหวตแพ้ ก็ต้องเลือก
สอเสือมาใส่เกือก ทำสิ่งใด ไม่ยั้งคิด
๏ สิบเก้าสิงหาคม ต้องเกลียวกลม ไปใช้สิทธิ
สีแดงอันแรงฤทธิ์ ปกาศิต ของปวงชน
จำใส่กะโหลกหนา วันข้างหน้า อย่ามาปล้น
เลือดแดงอันแดงข้น คือเลือดคน ที่เป็นไท
๏ สีแดงดั่งเลือดสาด เหมือนสีชาด มาสาดใส่
กลั่นออกมาจากใจ เป็นศรีชาติ ประกาศก้อง
ประชาธิปไตย ต้องเดินไป ตามครรลอง
เผด็จการอย่าผยอง มาชี้นำ ให้ทำตาม
วโรทาห์ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๐)
ขาใหญ่หรือวัยโจ๋ ก็โหวตโน ใช่โนโหวต
กากบาทในช่องขวา แล้วหย่อนใส่ ในหีบโลด
ธรรมนูญของคนโฉด เอาคืนไป เราไม่รับ
๏ รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ มันสับปลับ
เนื้อหาก็ถอยกลับ มันสอดใส้ ใส่ยาพิษ
กบถมีโทษหนัก ยังยกให้ ไม่เอาผิด
หมกเม็ดกันมิดชิด ของปิดไว้ ไม่ดีแน่
๏ ข่มขู่และขืนใจ ให้รับก่อน ค่อยย้อนแก้
ใจมันนั้นกลัวแพ้ เพราะสีแดง นั้นแดงเถือก
เลือกตั้งต้องมีแน่ ถึงโหวตแพ้ ก็ต้องเลือก
สอเสือมาใส่เกือก ทำสิ่งใด ไม่ยั้งคิด
๏ สิบเก้าสิงหาคม ต้องเกลียวกลม ไปใช้สิทธิ
สีแดงอันแรงฤทธิ์ ปกาศิต ของปวงชน
จำใส่กะโหลกหนา วันข้างหน้า อย่ามาปล้น
เลือดแดงอันแดงข้น คือเลือดคน ที่เป็นไท
๏ สีแดงดั่งเลือดสาด เหมือนสีชาด มาสาดใส่
กลั่นออกมาจากใจ เป็นศรีชาติ ประกาศก้อง
ประชาธิปไตย ต้องเดินไป ตามครรลอง
เผด็จการอย่าผยอง มาชี้นำ ให้ทำตาม
วโรทาห์ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๐)
Wednesday, August 8, 2007
ตะกวดธรรมนูญ
๏ รัฐธรรมนูญ ปีห้าศูนย์ พูลสวัสดิ์
เสร็จสรรพก็จับยัด ให้รับไป ไม่ไถ่ถาม
ใช้เล่ห์เพทุบาย ทั้งใส่ร้าย หมายคุกคาม
ออดอ้อนให้ผ่อนตาม รับไว้ก่อน มาย้อนแก้
๏ รัฐธรรมนูญ ไม่สมบูรณ์ มันไม่แฟร์
รับไปตายแน่ๆ ตอนมาแก้ ต้องหัวหมุน
แก้ได้ยังไงกัน สภานั้น มันพวกคุณ
หาเรื่องให้เคืองขุ่น เอาของเก๊ มาเฉไฉ
๏ ลากตั้งมานั่งร่าง เสียเงินจ้าง มา-กร่างใส่
ร่างไปถ่มถุยไป หัวหน้ากุ๊ย คุยทับถม
สภาอันทรงเกียรติ ติดเสนียด เหม็นอาจม
ปากพล่อยคอยถล่ม ด่าว่าเขา จนเข้าตัว
๏ ยัดใส้นิรโทษ ช่วยคนโฉด โปรดคนชั่ว
ออกกฎมาคุ้มหัว ให้ตีชิง แล้วชิ่งหนี
โจษจันกันไปทั่ว คนทำชั่ว กลับได้ดี
เกษมสุขเปรมปรีย์ ได้สืบต่อ ท่ออำนาจ
๏ เขียนมาหน้าด้านๆ วางรากฐาน ให้อำมาตย์
หมกเม็ดสะเด็ดยาด ชูอำมาตย์ พิฆาตไพร่
อำนาจอันหอมหวาน ลิ้มมานาน จนติดใจ
โอกาสพลันเปิดให้ ไม่รีบคว้า ท่าจะชวด
๏ อำนาจของตะกวด โดยตะกวด เพื่อตะกวด
คุยโตโม้โอ้อวด จอมตะกวด สภาร่าง
ตะกวด-ธิปไตย หมารับใช้ พวกขุนนาง
ไม่สนคนชั้นล่าง ตะกวดร้าย ไม่ตายดี
วโรทาห์ (๘ สิงหาคม ๒๕๕๐)
เสร็จสรรพก็จับยัด ให้รับไป ไม่ไถ่ถาม
ใช้เล่ห์เพทุบาย ทั้งใส่ร้าย หมายคุกคาม
ออดอ้อนให้ผ่อนตาม รับไว้ก่อน มาย้อนแก้
๏ รัฐธรรมนูญ ไม่สมบูรณ์ มันไม่แฟร์
รับไปตายแน่ๆ ตอนมาแก้ ต้องหัวหมุน
แก้ได้ยังไงกัน สภานั้น มันพวกคุณ
หาเรื่องให้เคืองขุ่น เอาของเก๊ มาเฉไฉ
๏ ลากตั้งมานั่งร่าง เสียเงินจ้าง มา-กร่างใส่
ร่างไปถ่มถุยไป หัวหน้ากุ๊ย คุยทับถม
สภาอันทรงเกียรติ ติดเสนียด เหม็นอาจม
ปากพล่อยคอยถล่ม ด่าว่าเขา จนเข้าตัว
๏ ยัดใส้นิรโทษ ช่วยคนโฉด โปรดคนชั่ว
ออกกฎมาคุ้มหัว ให้ตีชิง แล้วชิ่งหนี
โจษจันกันไปทั่ว คนทำชั่ว กลับได้ดี
เกษมสุขเปรมปรีย์ ได้สืบต่อ ท่ออำนาจ
๏ เขียนมาหน้าด้านๆ วางรากฐาน ให้อำมาตย์
หมกเม็ดสะเด็ดยาด ชูอำมาตย์ พิฆาตไพร่
อำนาจอันหอมหวาน ลิ้มมานาน จนติดใจ
โอกาสพลันเปิดให้ ไม่รีบคว้า ท่าจะชวด
๏ อำนาจของตะกวด โดยตะกวด เพื่อตะกวด
คุยโตโม้โอ้อวด จอมตะกวด สภาร่าง
ตะกวด-ธิปไตย หมารับใช้ พวกขุนนาง
ไม่สนคนชั้นล่าง ตะกวดร้าย ไม่ตายดี
วโรทาห์ (๘ สิงหาคม ๒๕๕๐)
Friday, July 27, 2007
กำลังใจให้เธอ
หมอนเอยเจ้าหมอนทอง
๏ หมอนเอยใยเศร้าหมอง โอ้หมอนทอง เจ้าหม่นไหม้
หมดสิ้นกำลังใจ ไร้เรี่ยวแรง จะแข็งขืน
ระทดระทวยท้อ บ่มีสุข ทุกวันคืน
ทุกข์ตรมและขมขื่น ระท้อทด เพราะหมดไฟ
๏ เหนื่อยนักก็พักนิด เพื่อเติมจิต ให้ผ่องใส
เติมเต็มกำลังใจ ไว้สู้ศึก ด้วยฮึกหาญ
ศึกนี้ไม่มีจบ ต้องสู้รบ กันยาวนาน
คืนวันที่ผันผ่าน จะขัดแต่ง ให้แกร่งไกร
๏ จงลุกขึ้นสู้ต่อ อย่าทดท้อ อย่าหวั่นไหว
หนทางแม้ยาวไกล แต่หัวใจ อย่าท้อถอย
มุ่งมั่นสู้ฟันฝ่า ให้ถึงฝัน อันรอคอย
ฝ่าฟันวันละน้อย พอบรรจบ ก็พบแสง
๏ สองแขนแม้อ่อนล้า ถึงสองขา จะอ่อนแรง
จิตใจที่เข้มแข็ง ประหนึ่งนก ที่ผกเหิน
หากใจยังกล้าแกร่ง อีกสองเท้า ยังก้าวเดิน
เชิดหน้ามาเผชิญ ผจญฝ่า ท้าประจัญ
๏ ภูเขาจะขวางหน้า แม้ภูผา จะขวางกั้น
เพียงใจไม่ไหวหวั่น ที่ขวางกั้น ก็สั่นไหว
ปัญญาที่กล้าแข็ง จะสร้างแรง บันดาลใจ
สว่างกระจ่างใส แม้คืนค่ำ จะนำทาง
๏ ข้างกายของสูเจ้า คือหมู่เรา อยู่เคียงข้าง
แม้กายจะไกลห่าง แต่หัวใจ ยังใกล้ชิด
เพียงใจเราตรงกัน ดั่งอิงแอบ แนบสนิท
ศัตรูหมู่อมิตร ผู้คิดร้าย ต้องกรายไกล
๏ หมอกม่านจะผ่านพ้น ประชาชน จะยิ่งใหญ่
อุปสรรคจะแค่ไหน ยังแพ้ใจ ที่ใฝ่หา
อาทิตย์ที่อับแสง ยังร้อนแรง กว่าจันทรา
ปวงชนจะเริงร่า เมื่อฟันฝ่า ถึงเส้นชัย
วโรทาห์ (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐)
๏ หมอนเอยใยเศร้าหมอง โอ้หมอนทอง เจ้าหม่นไหม้
หมดสิ้นกำลังใจ ไร้เรี่ยวแรง จะแข็งขืน
ระทดระทวยท้อ บ่มีสุข ทุกวันคืน
ทุกข์ตรมและขมขื่น ระท้อทด เพราะหมดไฟ
๏ เหนื่อยนักก็พักนิด เพื่อเติมจิต ให้ผ่องใส
เติมเต็มกำลังใจ ไว้สู้ศึก ด้วยฮึกหาญ
ศึกนี้ไม่มีจบ ต้องสู้รบ กันยาวนาน
คืนวันที่ผันผ่าน จะขัดแต่ง ให้แกร่งไกร
๏ จงลุกขึ้นสู้ต่อ อย่าทดท้อ อย่าหวั่นไหว
หนทางแม้ยาวไกล แต่หัวใจ อย่าท้อถอย
มุ่งมั่นสู้ฟันฝ่า ให้ถึงฝัน อันรอคอย
ฝ่าฟันวันละน้อย พอบรรจบ ก็พบแสง
๏ สองแขนแม้อ่อนล้า ถึงสองขา จะอ่อนแรง
จิตใจที่เข้มแข็ง ประหนึ่งนก ที่ผกเหิน
หากใจยังกล้าแกร่ง อีกสองเท้า ยังก้าวเดิน
เชิดหน้ามาเผชิญ ผจญฝ่า ท้าประจัญ
๏ ภูเขาจะขวางหน้า แม้ภูผา จะขวางกั้น
เพียงใจไม่ไหวหวั่น ที่ขวางกั้น ก็สั่นไหว
ปัญญาที่กล้าแข็ง จะสร้างแรง บันดาลใจ
สว่างกระจ่างใส แม้คืนค่ำ จะนำทาง
๏ ข้างกายของสูเจ้า คือหมู่เรา อยู่เคียงข้าง
แม้กายจะไกลห่าง แต่หัวใจ ยังใกล้ชิด
เพียงใจเราตรงกัน ดั่งอิงแอบ แนบสนิท
ศัตรูหมู่อมิตร ผู้คิดร้าย ต้องกรายไกล
๏ หมอกม่านจะผ่านพ้น ประชาชน จะยิ่งใหญ่
อุปสรรคจะแค่ไหน ยังแพ้ใจ ที่ใฝ่หา
อาทิตย์ที่อับแสง ยังร้อนแรง กว่าจันทรา
ปวงชนจะเริงร่า เมื่อฟันฝ่า ถึงเส้นชัย
วโรทาห์ (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐)
Thursday, July 12, 2007
ไทยยามรำพัน
๏ ยามอย่างข้า บรรดาศักดิ์ หนักใช่ย่อย
เรื่องความถ่อย ไม่ต้องถาม ตามที่เห็น
ใครก็ทัก อยากเห็นหัว ตัวเป็นเป็น
ขอลายเซ็นต์ กันยิกยิก หงิกพอดี
๏ เคยพลาดท่า ตอนไปงับ จับงานตั๋ง
กะให้ดัง หวังผลเด่น เป็นเศรษฐี
ลงเท่าไหร่ มันหงายเก๋ง เจ๊งทั้งปี
ปิดบัญชี หนี้กลับรุ่ง พุ่งเข้าวิน
๏ 'ทัก'เพื่อนซี้ ที่ข้าเข็น จนเป็นใหญ่
หวังอาศัย ให้แฮร์คัท ตัดหนี้สิน
กลับพลิกผัน ดันจั่วลม ต้มแห้วกิน
ข้ายิ่งดิ้น มันยิ่งจู๋ ดูวังเวง
๏ เมื่อเพื่อน'ทัก' ไม่ช่วยทิ่ม ลิ้มเลยแย่
เพื่อนแท้แท้ มาทิ้งเพื่อน เหมือนทิ้งเอ๋ง
ทำอย่างนี้ มันไม่ใช่ ใจนักเลง
ปล่อยข้าเจ๊ง เอ็งก็จอด ต้องวอดวาย
๏ เมื่อข้าเจ๊ง เอ็งต้องซี้ ไม่มีเจ๊า
เมื่อต้องเฉา ข้าขอเฉ่ง เอ็งให้หงาย
ไหนๆข้า ต้องล่มจม ล้มละลาย
ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง เอ็งต้องพัง
๏ ประเทศชาติ ต้องซวยด้วย ช่วยไม่ได้
มันต้องตาย ไม่ให้มี ที่กลบฝัง
สุดเจ็บช้ำ ทำข้าแค้น แสนชิงชัง
ทั้งลุกนั่ง ยังคลั่งแค้น ไม่แคลนคลาย
๏ ถึงแถวนี้ ไม่มีมัน คนนั้นแล้ว
เห็นมันแกร่ว อยู่แถวนั้น พลันใจหาย
กลัววันหน้า มันหวนมา เอาข้าตาย
เลยแปลงกลาย เป็นยามถ่อย คอยไล่มัน
๏ ที่ปากกล้า แต่ขาสั่น คนมันเสียว
กลัวมันเฮี้ยว มาจับตู ทำหมูหัน
มันไม่รู้ คนอย่างตู หมูเขี้ยวตัน
เห็นขาสั่น มันสั่นสู้ ตูไม่ ก ก ก กลัว ว ว
วโรทาห์ (๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐)
เรื่องความถ่อย ไม่ต้องถาม ตามที่เห็น
ใครก็ทัก อยากเห็นหัว ตัวเป็นเป็น
ขอลายเซ็นต์ กันยิกยิก หงิกพอดี
๏ เคยพลาดท่า ตอนไปงับ จับงานตั๋ง
กะให้ดัง หวังผลเด่น เป็นเศรษฐี
ลงเท่าไหร่ มันหงายเก๋ง เจ๊งทั้งปี
ปิดบัญชี หนี้กลับรุ่ง พุ่งเข้าวิน
๏ 'ทัก'เพื่อนซี้ ที่ข้าเข็น จนเป็นใหญ่
หวังอาศัย ให้แฮร์คัท ตัดหนี้สิน
กลับพลิกผัน ดันจั่วลม ต้มแห้วกิน
ข้ายิ่งดิ้น มันยิ่งจู๋ ดูวังเวง
๏ เมื่อเพื่อน'ทัก' ไม่ช่วยทิ่ม ลิ้มเลยแย่
เพื่อนแท้แท้ มาทิ้งเพื่อน เหมือนทิ้งเอ๋ง
ทำอย่างนี้ มันไม่ใช่ ใจนักเลง
ปล่อยข้าเจ๊ง เอ็งก็จอด ต้องวอดวาย
๏ เมื่อข้าเจ๊ง เอ็งต้องซี้ ไม่มีเจ๊า
เมื่อต้องเฉา ข้าขอเฉ่ง เอ็งให้หงาย
ไหนๆข้า ต้องล่มจม ล้มละลาย
ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง เอ็งต้องพัง
๏ ประเทศชาติ ต้องซวยด้วย ช่วยไม่ได้
มันต้องตาย ไม่ให้มี ที่กลบฝัง
สุดเจ็บช้ำ ทำข้าแค้น แสนชิงชัง
ทั้งลุกนั่ง ยังคลั่งแค้น ไม่แคลนคลาย
๏ ถึงแถวนี้ ไม่มีมัน คนนั้นแล้ว
เห็นมันแกร่ว อยู่แถวนั้น พลันใจหาย
กลัววันหน้า มันหวนมา เอาข้าตาย
เลยแปลงกลาย เป็นยามถ่อย คอยไล่มัน
๏ ที่ปากกล้า แต่ขาสั่น คนมันเสียว
กลัวมันเฮี้ยว มาจับตู ทำหมูหัน
มันไม่รู้ คนอย่างตู หมูเขี้ยวตัน
เห็นขาสั่น มันสั่นสู้ ตูไม่ ก ก ก กลัว ว ว
วโรทาห์ (๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐)
Sunday, July 1, 2007
นักรบชาวดิน
๏ เดือนยังดับลับลาเวหาหาว
แม้หมู่ดาวเบื้องบนยังหม่นหมอง
ฝนยังหลั่งสั่งฟ้าน้ำตานอง
ร่วมเรียกร้องประชา-ธิปไตย
๏ โอ้ว่าปวงประชาน่าอนาถ
จอมอำมาตย์ยาตรามารุกไล่
ยกพหลพลยักษ์อันเกรียงไกร
เป็นทัพใหญ่ไล่ตีหมายชีวา
๏ ครั้นจะถอยร่นให้ก็ใช่ที่
ผิว่าหนีต่อไปไม่เข้าท่า
ลุกขึ้นสู้หมู่เราเหล่าประชา
อหิงสาท้ามารมาราญรอน
๏ ทั้งเด็กเล็กผู้ใหญ่ทั้งชายหญิง
สงบนิ่งในหว่างกลางสมร
สยบความเคลื่อนไหวดับไฟฟอน
แข็งกลับอ่อนย้อนจบสยบพาล
๏ เรายังมีเพื่อนพ้องและน้องพี่
ที่พร้อมพลีชีวามาร่วมต้าน
ไม่ระย่อต่อสู้ด้วยหมู่มาร
ดุจคลื่นธารถาโถมเข้าโรมรัน
๏ มหาชนออกรบเมื่อพลบค่ำ
ยินเสียงย่ำกลองศึกระทึกขวัญ
ทแกล้วกล้าผองเราเข้าประจัญ
ไม่ประหวั่นพรั่นหวาดอำนาจปืน
๏ เกิดเป็นไทหัวใจคือไทแท้
ไม่คิดแปรผันเป็นเช่นใครอื่น
สิทธิของเราเฝ้าหวงต้องทวงคืน
ไม่ให้ขืนเหยียบไว้ใต้บาทา
๏ เมื่อปวงชนผาดแผลงสำแดงฤทธิ์
ดั่งอาทิตย์สาดแสงอันแรงกล้า
ผลาญอำมาตย์ย่อยยับถึงอัปปรา
ปวงประชาพลันใหญ่ในแผ่นดิน
วโรทาห์ (๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐)
แม้หมู่ดาวเบื้องบนยังหม่นหมอง
ฝนยังหลั่งสั่งฟ้าน้ำตานอง
ร่วมเรียกร้องประชา-ธิปไตย
๏ โอ้ว่าปวงประชาน่าอนาถ
จอมอำมาตย์ยาตรามารุกไล่
ยกพหลพลยักษ์อันเกรียงไกร
เป็นทัพใหญ่ไล่ตีหมายชีวา
๏ ครั้นจะถอยร่นให้ก็ใช่ที่
ผิว่าหนีต่อไปไม่เข้าท่า
ลุกขึ้นสู้หมู่เราเหล่าประชา
อหิงสาท้ามารมาราญรอน
๏ ทั้งเด็กเล็กผู้ใหญ่ทั้งชายหญิง
สงบนิ่งในหว่างกลางสมร
สยบความเคลื่อนไหวดับไฟฟอน
แข็งกลับอ่อนย้อนจบสยบพาล
๏ เรายังมีเพื่อนพ้องและน้องพี่
ที่พร้อมพลีชีวามาร่วมต้าน
ไม่ระย่อต่อสู้ด้วยหมู่มาร
ดุจคลื่นธารถาโถมเข้าโรมรัน
๏ มหาชนออกรบเมื่อพลบค่ำ
ยินเสียงย่ำกลองศึกระทึกขวัญ
ทแกล้วกล้าผองเราเข้าประจัญ
ไม่ประหวั่นพรั่นหวาดอำนาจปืน
๏ เกิดเป็นไทหัวใจคือไทแท้
ไม่คิดแปรผันเป็นเช่นใครอื่น
สิทธิของเราเฝ้าหวงต้องทวงคืน
ไม่ให้ขืนเหยียบไว้ใต้บาทา
๏ เมื่อปวงชนผาดแผลงสำแดงฤทธิ์
ดั่งอาทิตย์สาดแสงอันแรงกล้า
ผลาญอำมาตย์ย่อยยับถึงอัปปรา
ปวงประชาพลันใหญ่ในแผ่นดิน
วโรทาห์ (๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐)
Sunday, June 24, 2007
สิทธิของลูก
๏ ในท่ามกลาง ราตรี ที่มืดหม่น
ในฝูงชน คลาคล่ำ สนามหลวง
อุ้มลูกน้อย อิงแอบ ไว้แนบทรวง
แม่มาทวง ประชา- ธิปไตย
๏ แปลบ-สายฟ้า ฟาดผ่า ในห่าฝน
เปรี้ยง-คำรณ ครืนครั่น สนั่นไหว
สงสารแต่ ลูกน้อย เจ้ากลอยใจ
แม่ร่ำไห้ กอดเจ้า ให้หนาวคลาย
๏ เพราะปีศาจ คุณธรรม มันต่ำช้า
มาผลาญพร่า สิทธิเรา เอาจนได้
แม่ไม่ทน อดสู นิ่งดูดาย
สู้ถวาย ชีวัน ไม่หวั่นใคร
๏ สิทธิของแม่ ชิงไป แม่ไม่ว่า
สิทธิลูกยา หน้าไหน อย่าได้หมาย
เพื่อสิทธิลูก แม่พร้อม จะยอมตาย
ไม่เสียดาย แม้ดิ้น สิ้นชีวา
๏ ต้องยับยั้ง มันไว้ ในวันนี้
อย่าให้มี พวกมัน ในวันหน้า
ไม่ให้ลูก เติบโต มาโศกา
เป็นขี้ข้า พาช้ำ ระกำทรวง
๏ สิทธิของมัน มันรู้ ว่ามันรัก
ไม่รู้จัก สิทธิเขา ว่าเขาหวง
มารุกล้ำ สิทธิเรา ให้เราทวง
ไปก้าวล่วง สิทธิใคร มีใครยอม
๏ น้ำตาฟ้า กันแสง จนแห้งเหือด
เหมือนหลั่งเลือด จากกาย จนผ่ายผอม
แม้จะทุกข์ ขื่นขม ระทมตรอม
สู้ถนอม สิทธิเจ้า ผู้เยาว์วัย
๏ นอนเสียเถอะ ลูกรัก หลับเถิดหนา
เพื่อตื่นมา สู่ขวัญ รับวันใหม่
วันที่ฟ้า สีทอง ผ่องอำไพ
ลูกจะได้ เป็นใหญ่ ในแผ่นดิน
วโรทาห์
๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐
ในฝูงชน คลาคล่ำ สนามหลวง
อุ้มลูกน้อย อิงแอบ ไว้แนบทรวง
แม่มาทวง ประชา- ธิปไตย
๏ แปลบ-สายฟ้า ฟาดผ่า ในห่าฝน
เปรี้ยง-คำรณ ครืนครั่น สนั่นไหว
สงสารแต่ ลูกน้อย เจ้ากลอยใจ
แม่ร่ำไห้ กอดเจ้า ให้หนาวคลาย
๏ เพราะปีศาจ คุณธรรม มันต่ำช้า
มาผลาญพร่า สิทธิเรา เอาจนได้
แม่ไม่ทน อดสู นิ่งดูดาย
สู้ถวาย ชีวัน ไม่หวั่นใคร
๏ สิทธิของแม่ ชิงไป แม่ไม่ว่า
สิทธิลูกยา หน้าไหน อย่าได้หมาย
เพื่อสิทธิลูก แม่พร้อม จะยอมตาย
ไม่เสียดาย แม้ดิ้น สิ้นชีวา
๏ ต้องยับยั้ง มันไว้ ในวันนี้
อย่าให้มี พวกมัน ในวันหน้า
ไม่ให้ลูก เติบโต มาโศกา
เป็นขี้ข้า พาช้ำ ระกำทรวง
๏ สิทธิของมัน มันรู้ ว่ามันรัก
ไม่รู้จัก สิทธิเขา ว่าเขาหวง
มารุกล้ำ สิทธิเรา ให้เราทวง
ไปก้าวล่วง สิทธิใคร มีใครยอม
๏ น้ำตาฟ้า กันแสง จนแห้งเหือด
เหมือนหลั่งเลือด จากกาย จนผ่ายผอม
แม้จะทุกข์ ขื่นขม ระทมตรอม
สู้ถนอม สิทธิเจ้า ผู้เยาว์วัย
๏ นอนเสียเถอะ ลูกรัก หลับเถิดหนา
เพื่อตื่นมา สู่ขวัญ รับวันใหม่
วันที่ฟ้า สีทอง ผ่องอำไพ
ลูกจะได้ เป็นใหญ่ ในแผ่นดิน
วโรทาห์
๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐
Subscribe to:
Posts (Atom)