Monday, July 20, 2009

เย็นไว้..เสื้อแดง อำมาตย์มันเร่งเกมส์เร็วแล้ว

ยังต้องเย่อกันไปอีก หลายยก ระหว่างศักดินามหาอำมาตย์ กับประชาชนหัวใจสีแดงทั่วทั้งแผ่นดิน ล่าสุดอำมาตย์ส่งสัญญาณเร่งเกมส์เร็ว บี้สมุนออกเดินสายยั่วบาทาไปทั่วเหนือ-อีสานแล้ว หลังจากที่จั่ววืดมาโดยตลอด ทำให้จนแล้วจนรอด ยังเอาเสื้อแดงไม่ลงซักที

งานนี้กะว่ายังไงก็ต้องเผด็จศึกเสื้อแดงให้ได้ในเร็ววัน พร้อมกันกับที่กุ๊ยกษิตก็เร่งยิกให้ต่างชาติช่วยกันจับทักษิณ ถึงขนาดว่าเอาประเทศเป็นเดิมพันก็ยังทำ ไม่รู้ว่าแผ่นดินขวานทองเล่มนี้ เป็นของพ่อของแม่มันตั้งแต่เมื่อไหร่

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะอำมาตย์จับสัญญาณยี้ได้ถี่ยิบ นับตั้งแต่โครงการอภิมหากู้ มาจนถึงหวัดหมูมหากาฬ เสียงถล่มรัฐบาลดังอื้ออึงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เด็กมาร์คยังมะงุมมะงาหรา สนุกกับการแก้ปัญหาอยู่บนโพเดียม

ตอนที่จั่วไพ่แมลงสาบขึ้นมาใหม่ๆ ก็นึกว่าเจ๋งซะไม่มีแล้ว กะว่าตีไพ่สดๆซิงๆ รูปหล่อพ่อรวยเอาใจแม่ยกไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ขนาดป๋าดันตั้งใจประคบประหงมอย่างดี ไม่มีเกรงใจประชาชน ทั้งหลายทั้งปวง ก็เพราะหวังเต็มที่ให้มันมาช่วยกู้หน้า

ที่ไหนได้..พอมาถึงมันก็กู้ เอา..กู้เอา แต่แทนที่จะมากู้หน้า มันดันเดินหน้ากู้เงิน เล่นเอาประชาชนร้องจ๊าก ด่าเช็ดลามปามไปถึงโคตรอำมาตย์ โทษฐานที่ยัดเยียดเด็กฝากมาเป็นรัฐบาล

ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป เสื้อแดงไม่ต้องทำอะไร อำมาตย์ก็ต้องตายแหงแก๋ เพราะยิ่งเวลาผ่านไป ขบวนการโป๊งโป๊งๆชึ่ง ก็ยิ่งเสื่อมหนักไม่มีหูรูด เหมือนไม้หลักปักขี้เลน โอนไปเอนมา ไม่มีใครไปทำอะไรมัน ก็เอนล้มลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ยิ่งขยับตัวมากก็ยิ่งเอนมาก

ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ ชาวบ้านก็ยิ่งหูตาสว่างมากขึ้นเท่านั้น

เวลาไม่คอยท่า นาฬิกามันเดินอย่างกับวิ่งผลัด 4 x 100 ขืนไม่ทำอะไรเลย ก็เท่ากับรอความตายไปวันๆ

แต่อย่างว่า คิดแบบอำมาตย์ กี่ปีกี่ชาติก็วนเวียนซ้ำซากอยู่แค่นั้น จากพัทยามาบุรีรัมย์ ข้ามไปภูพิงค์ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้ได้ฮือฮา ยังหากินกับมุกเดิมเด๊ะๆ

ใช้แดงเทียมเป็นไส้ศึก เด้งรับเด้งส่งกับเสื้อน้ำเงิน ป่วนสถานการณ์สร้างความรุนแรง แล้วจัดการซะด้วยตำรวจชุดปราบจลาจล ส่วนแถวสองใช้ทหารถือเอ็ม-16 เตรียมพร้อมตลอดเวลา รอมาร์คประกาศภาวะฉุกเฉินเปิดทางให้เมื่อไหร่ ก็ลุยได้ทันที

จากนั้นก็ถึงทีสื่อชั่วในสังกัดอำมาตย์ ออกมาตามขยี้ซ้ำ เหมือนสงกรานต์ทมิฬเด๊ะๆ ใจคอจะไม่เปลี่ยนมุกเล่นมั่ง ก็ให้มันรู้ไป

สำหรับเสื้อแดงขาบู๊ทั้งหลาย คงต้องท่องคาถาเย็นไว้โยม เอาอีแต๋นไปบี้รถถัง มันจะได้ไม่คุ้มเสีย อย่าลืมว่าขานั้นมันซุปเปอร์เฮฟวี่เวทเรียกพ่อ เจอกร๋องแกร๋งเรียกพี่อย่างมวยรากหญ้า มันจะไปมีอะไรเหลือ

ริจะชกข้ามรุ่นไปเจอมวยใหญ่ มันก็ต้องมีลีลาหน่อย ต้องอาศัยลูกเขี้ยว แย๊ปรบกวนไปเรื่อยๆ เข้าเร็วออกเร็ว ไม่แลกไม่ชน เดี๋ยวมันก็ยุบไปเอง

เย็นสยบร้อน อ่อนสยบแข็ง ยิ่งมันเร่งเกมส์เร็ว เรายิ่งต้องยื้อเกมส์ช้า อย่าไปบ้าตามมันเป็นอันขาด

แต่อย่างว่า การรบยืดเยื้อกำลังใจมันต้องเกินร้อย ไม่เช่นนั้นอาจจะถอดใจได้ง่ายๆเหมือนกัน กระบวนการเติมเต็มกำลังใจ จึงต้องมีไว้อย่าให้พร่อง ไม่ว่าจะโดนเข้าไปเท่าไหร่ ก็ห้ามยอมแพ้เป็นอันขาด นึกเสียว่า ตราบใดที่ใจยังสู้อยู่ ตราบนั้นก็ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น

สื่ออำมาตย์จะโจมตียังไงก็ไม่ต้อง ไปไหวหวั่น เพราะนั่นจะยิ่งตอกย้ำให้ชาวบ้านเขาเกลียดชังพวกมันยิ่งขึ้น ก็ขนาดศึกใหญ่อย่างสงกรานต์ทมิฬ มันโหมฟืนเติมไฟซะขนาดนั้น ขณะที่ใครๆก็แทงเต็งว่าแดงแพ้แน่นอน แต่เรื่องจริงกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน

ยิ่งสื่อโหมโจมตีเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปกระตุ้นต่อมสนใจชาวบ้าน ให้หันมาดูว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ยิ่งไปใส่ไคล้มั่วซั่ว คนเขาก็ยิ่งเอะใจ ว่าอะไรมันจะขนาดนั้น พอดีพอร้ายเลยกลายเป็นไปยั่ว ให้ชาวบ้านที่รักความยุติธรรม ออกมาสืบสาวราวเรื่องค้นหาความจริง

ยิ่งขุดลึกก็ยิ่งเจอความเลวของอำมาตย์เยอะแยะ นั่นแหละคือสาเหตุ ที่ทำไมเสื้อแดงถึงได้เพิ่มเอาๆ จนแล้วจนรอด ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเอาไว้อยู่

ที่สำคัญคือ แดงแล้วแดงเลย ลงว่าถ้าได้แดงซะแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุด ก็ไม่มีทางเปลี่ยนสีได้ ลงว่าถ้าประชาชนมีหัวใจสีแดงซะแล้ว ต่อให้สื่อโจมตียังไงก็ไม่สะเทือน เหมือนเอาหัวชนกำแพง มีแต่จะหัวแตกละไม่ว่า

ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดในการสู้กับอำมาตย์ ก็คือการแทรกซึมเข้าหามวลชนให้ถึงรากหญ้า สู้การล้างสมอง ด้วยการเอาความจริงไปขาย ความจริงก็คือความจริง จะพูดร้อยครั้งพันครั้ง มันก็เป็นความจริงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

ความเท็จของอำมาตย์ ยังไงก็ต้องแพ้ความจริงของประชาชนอยู่วันยันค่ำ ปากต่อปากแดงต่อแดงขยายออกไปเรื่อยๆ นานวันเข้าสีแดงจะแดงเถือกไปทั่วแผ่นดิน และที่สำคัญคือ จะเป็นแดงที่ไม่มีวันซีดจาง เพราะว่า...

ไม่ใช่ทั้งแดงแท้แดงเทียม..แต่เป็นแดงธรรมชาติ

วโรทาห์: 20 ก.ค.52

2 comments:

Jo said...

Super!! I luv it!

Anonymous said...

ข้อความบิดเบือนง่ายๆเพราะปากต่อปากเนี่ยแหละ