Monday, May 14, 2007

ทักซิ้ง-เอย พวกเราล้วนรู้สึกละอายต่อเจ้านัก

. ทักซิ้ง-เอย นานวันมิพานพบ ปวงชนพี่น้องเราล้วนคิดถึงเจ้ายิ่งนัก ฟ้าดินเมตตาได้ข่าวเจ้า
ยังสุขสบายดีจึ่งพอวางใจ แต่มิว่าอย่างไรเจ้ายังควรถนอมสุขภาพ ขอเพียงรักษาชีวิตไว้ได้ ช้า
เร็วเราพี่น้องต้องได้กลับมาพบกันพร้อมหน้า ยังคงมีงานรั้งรอให้พวกเรากลับมาสะสางอีก
มากนัก
. ทักซิ้ง-เอย พวกเราล้วนรู้สึกละอายต่อเจ้านัก เจ้าเคยทำผลงานให้พวกเรามากมาย คิดไม่ถึง
ยามคับขันพวกเรากลับช่วยเหลือเจ้ามิได้ ยิ่งมีผู้หลงผิดไปเข้ากับโจร ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บใจ
. ทักซิ้ง-เอย ยามเจ้าจากไปปวงชนร่ำให้อาลัยเจ้านัก เห็นแล้วมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ รู้สึก
ภูมิใจแทนเจ้าไม่น้อย ยังมีผู้ปกครองผู้ใดเล่าทำให้ราษฎรรักได้ถึงเพียงนี้ ครั้งนี้ปวงชนมิ
ทอดทิ้งเจ้า เจ้าเองยิ่งมิอาจทอดทิ้งปวงชน ความหวังของพวกเขาล้วนฝากไว้กับเจ้าแล้ว นับวัน
รอคอยให้เจ้ากลับมาสานต่อ
. ทักซิ้ง-เอย เจ้ามิควรโทษตนเอง ความแตกแยกในบ้านเมืองมิได้เกิดเพราะเจ้า ฝ่ายราษฎร
กับฝ่ายขุนนางย่อมแตกแยกกันมาแต่เนิ่นนาน เพียงแต่ราษฎรมิอาจขัดขืนจึงดูเหมือนสงบอยู่
เมื่อเจ้ามาถึงราษฎรจึงตื่นขึ้นนับเป็นภัยใหญ่หลวงต่อฝ่ายขุนนาง มิว่าอย่างไรพวกมันมิอาจ
ปล่อยเจ้าเอาไว้
. ทักซิ้ง-เอย ที่แท้ศัตรูของเรากลับมิใช่พวกโจรปล้นปกาศิตบ้านเมือง ยังคงเป็นเหล่าขุนนาง
ที่ฝังรากลึกมานาน พวกมันย่อมวางเครือข่ายไว้ซับซ้อนดั่งเช่นจอมปลวก พวกมันถึงกับมี
พรรคเก่าแก่กาลีบ้านกาลีเมืองไว้เป็นแขนขา ชนชั้นปกครองที่เป็นผู้นำในทุกองคาพยพล้วน
แต่เป็นคนของมัน มันยังชุบเลี้ยงเหล่าคนบอกข่าวไว้เป็นกระบอกเสียงให้พวกมัน เวลานี้พวก
มันยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อขุดฝังเจ้าให้จงได้
. ทักซิ้ง-เอย พวกมันโป้ปดมาเนิ่นนาน จนแม้แต่พวกมันเองยังเชื่อถือในสิ่งที่มันโป้ปด พวก
มันยังคิดว่าที่ราษฎรชมชอบเจ้าเพราะได้รับเงินทองจากเจ้า เป็นเพราะเจ้าจึงทำให้ผู้คน
แตกแยก พวกมันผิดแล้ว ต่อให้เจ้าตายไปตอนนี้ความแตกแยกยังคงไม่เสื่อมคลาย กลับยิ่ง
แตกแยกจนมิอาจกลับมาสมานกันได้
. ทักซิ้ง-เอย พวกมันยังกล้าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสมานฉันท์ ที่แท้พวกมันกลับมุ่งหมายให้พวก
เราเข้าร่วมกับพวกมันมาทำลายเจ้าจึ่งเรียกว่าสมานฉันท์ เป็นเช่นนี้มิสู้ปล่อยให้พวกมันไป
สมานฉันท์กับบิดามัน
. ทักซิ้ง-เอย เจ้าจงวางใจ เป็นตายอย่างไรพี่น้องเรามิอาจทอดทิ้งกัน ปวงชนมากมายยังยืน
อยู่เคียงข้างเจ้ามิเสื่อมถอย นับวันมีแต่เพิ่มพูน ผู้คนที่เคลือบแคลงในตัวเจ้า ยิ่งมายิ่งหายเคลือบ
แคลง ยิ่งผู้คนที่เชื่อใจเจ้า นับวันยิ่งเชื่อถือ ยังเหลือแต่พวกเคียดแค้นชิงชังมิอาจกู่กลับ นับวัน
ยิ่งเหลือน้อยลงรอวันถูกทำลาย
. ทักซิ้ง-เอย ผู้คนถูกปลุกปั่นมาเนิ่นนานหลายชั่วคนคิดล้างออกย่อมมิง่าย ความคิดของพวก
เขายังเห็นกลับด้าน เท็จคือจริงจริงคือเท็จมิอาจแยกแยะ นอกจากคิดเองไม่ได้แล้วยังกลับคิด
ว่าผู้อื่นผิดอีก เปรียบดั่งคนวิกลจริตย่อมมองเห็นว่าผู้อื่นต่างหากที่วิกลจริต ผู้คนที่โง่เขลา
ยังคงมีอยู่ไม่น้อย พวกมันกล้าโป้ปด คนเหล่านี้ยังคงกล้าเชื่อ กล่าวเรื่องเหลือเชื่อเพียงใด คน
เหล่านี้ยังคงมิอาจไม่เชื่อ คนพวกนี้วันๆรู้จักแต่ด่าว่าให้ร้ายผู้คน คนพวกนี้ต่อให้เห็นโลงศพ
ยังมิอาจสำนึก กลับด่าว่าผู้คนทำให้มันต้องตาย พวกมันแม้ตายไปยังมิยอมเปลี่ยนแปลง
. ทักซิ้ง-เอย ในยามนี้แม้เจ้าอยากผายลมยังคงต้องอดกลั้น หาไม่แล้วพวกมันมิอาจไม่โทษ
เจ้าพ่นพิษทำบ้านเมืองวุ่นวาย เจ้าสมควรเยือกเย็นไว้ก่อน มิว่าอย่างไรยังมิควรหวนกลับ ยังคง
มีเรื่องต้องสะสางมากมายปวงชนเท่านั้นจึงสะสางได้ มิสู้ปล่อยวางเป็นธุระของพวกเรา พวก
มารยิ่งใกล้ตายยิ่งน่ากลัว ยังคงตะโกนด่าว่ามิยอมสำนึก แต่สุดท้ายพวกมันยังไงต้องถูกกำจัด
มันบังอาจท้าทายปวงชนย่อมมิได้ตายดี
. ทักซิ้ง-เอย ช่างน่าหัวร่อนัก พวกขุนนางถึงกับสั่งสอนให้ราษฎรรู้จักเพียงพอ คนยากจน
ไหนเลยมิรู้จักเพียงพอ คนอดอยากไม่มีข้าวสารใส่อวยมิเพียงพอยังต้องเพียงพอ เสียดายพวก
มันกลับลืมสั่งสอนให้ตัวเองรู้จักเพียงพอ
. ทักซิ้ง-เอย พวกมันยิ่งอยู่นานปวงชนยิ่งอดอยาก การค้าขายยิ่งมายิ่งเสียหาย ผู้คนยิ่ง
เดือดร้อนยิ่งมาเข้าด้วยฝ่ายเรา แม้พวกเราเองยังเดือดร้อนไม่น้อยมิอาจไม่กลืนเลือดอดทนไว้
. ทักซิ้ง-เอย คาดมิถึงพวกมันกลับสอนเคล็ดวิชา”อริยะขัดขืน”ไว้ให้แก่เรา มีแต่ใช้เคล็ดวิชา
นี้เปิดศึกยืดเยื้อกับมันจึงเอาชนะพวกมันได้มิต้องเสียเลือดเนื้อ มิจำต้องฉีกติ้วเลือกตั้งดั่งเช่น
คนถ่อย พวกเราเพียงแต่อยู่นิ่งๆแม้อดอยากยังต้องทน พวกเราล้วนเคยอดอยากมาแล้ว วันนี้จะ
อดอยากอีกซักครั้งจะเป็นไรไป พวกเราอดอยากพวกมันยังคงอดอยากเช่นกัน สองฝ่ายมาลอง
ดูว่าใครทนอดได้นานกว่ากัน
. ทักซิ้ง-เอย เจ้ามิต้องห่วงใย ยังไงพวกเรายังคงมีทางรับมือ มิว่าอย่างไรต้องขอบใจจอมมาร
หัวโตแห่งสำนักท่าน้ำสุริยัน กลับคิดค้นเคล็ดวิชา”ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง” ไว้ให้พวกเราได้
ใช้ในวันนี้ แม้นหากพวกมันทวงถามหนี้สินเรายังแอบฝึกปรือเพลงดาบ”มิมี มิหนี มิจ่าย” ไว้
รับมือ
. ทักซิ้ง-เอย พวกเราย่อมแสดงพลังให้พวกมันเห็น แม้มันออกกฎเหล็กแห่งรัฐมากี่เล่มพวก
เรายังคงไม่รับ แม้มันยุบพรรคของเราเรายังมิหวั่นไหว พรรคใดสืบทอดอุดมการณ์ของเจ้า
พวกเราย่อมเลือกพรรคนั้นมิมีวันเปลี่ยนแปลง เลือกตั้งพันครั้งยังคงเลือกพวกเราพันครั้ง ผู้คน
เมื่อเห็นพลังของเราย่อมย้ายข้างมาอยู่กับเรา ไหนเลยพวกมันอยู่ได้
. ทักซิ้ง-เอย ขอเพียงปวงชนไม่หวั่นไหว พวกเราเกาะเกี่ยวกันไว้ก่อเกิดเป็นกำแพงเหล็ก
แข็งแกร่ง หนักแน่นดั่งขุนเขา เทพยดาฟ้าดินยังครั่นคร้าม ไหนเลยพวกมันโค่นล้มเราได้ ต้อง
ให้พวกมันยิ่งอยู่ยิ่งทุกข์ทรมาน อยู่มิอาจอยู่ ตายมิอาจตาย ให้พวกมันเข็ดขยาด วันหน้ามิกล้า
มาปล้นชิงปกาศิตของพวกเราอีกต่อไป
. ทักซิ้ง-เอย คาดไม่ถึง พวกมันกลับวาดภาพให้เราดูน่ากลัวมาข่มขวัญพวกมันเอง พวกมัน
ถึงกับบอกว่าพวกเราจัดตั้งเป็นขบวนการแยกกันเดินรวมกันตี รอเพียงเจ้าส่งสัญญาณแล้วเข้า
ตีพร้อมกัน พวกมันถึงกับนอนไม่หลับ กำลังพลอ่อนเพลีย เริ่มหวาดระแวงกันเองแล้ว ยังคง
ไม่ต้องรอนานพวกมันต้องอ่อนแรง
. ทักซิ้ง-เอย เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าให้บทเรียนแก่เจ้าไม่น้อย ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ต้องขอ
บังอาจว่ากล่าวเจ้าสักสองสามคำ คนเราใช่ว่าใจบริสุทธิ์แล้วพูดได้ทุกอย่าง คำพูดใช่ว่าต้อง
ตรงกับใจทุกคำ หากพูดแล้วผู้ฟังมิชอบใจ มิสู้เก็บไว้ยังดีเสียกว่า พวกขุนนางต่างมีศักดิ์ศรีไม่
ยอมให้ใครลบหลู่ ฆ่ามิได้ หยามยิ่งมิยอม
. ทักซิ้ง-เอย เจ้าเองยังต้องลดความอหังการ์ลงสักเล็กน้อย ชนชั้นขุนนางย่อมมิชอบให้ใคร
ทัดเทียม พวกมันยังมีคำว่าหมั่นไส้ แม้ชนชั้นรากหญ้าหมั่นไส้ไม่เป็น แต่ชนชั้นกลางบางส่วน
กลับซึมซับเป็นเช่นพวกมัน ขอเพียงผู้ใดโดดเด่นขึ้นมาเทียบเทียมพวกมัน ไหนเลยพวกมันไม่
หมั่นใส้จนมิอาจไม่หาทางทำลายล้าง
. ทักซิ้ง-เอย เจ้ายังคงวู่วามเกินไป เจ้าท้าชนสิบทิศมิหวั่นเกรงผู้ใด เมื่อพวกมันรวมตัวกันได้
จึงเป็นปัญหาใหญ่หลวง ดังคำกล่าว “พิรุณหลั่งจากฟ้า ชะมูลสุกรเลื่อนไหล หมู่จังไลมาพาน
พบ”
. ทักซิ้ง-เอย วันที่เจ้าจากมิได้ร่ำลาพวกเรากลับมิเสียใจ เป็นเพราะคำโบราณกล่าวไว้ “จาก
กันอย่าลา เพื่อเป็นลางว่า เราต้องพบกันใหม่” แต่ถึงอย่างไรยังคับข้องใจมิได้ไปส่ง ถ้ายังไงถือ
ว่าวันนี้พวกเรามาส่งเจ้าด้วยบทกลอนสั้นๆท่อนหนึ่ง

ส่งไกลพันลี้ ยังคงพลัดพราก
จากกันวันนี้ ยังมีวันหน้า
รักชอบเพียงใด ยังต้องจากลา
พบกันวันหน้า หากฟ้าเป็นใจ

. ทักซิ้ง-เอย แม้นมีวาสนาต่อกัน ช้าเร็วพี่น้องเรายังคงได้กลับมาสังสรรค์ร่วมกัน

เทพคุณธรรม (วโรทาห์: 14 พฤษภาคม 2550)

2 comments:

aruka said...

เข้ามาทักทายกล่าวคำ "สวัสดี" ค่ะ

ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ จากรดน.ที่ทำลิ้งค์นี้ให้
ทำBookmarksไว้แล้ว

ชอบคุณวโรทาห์ มากๆ เลย ตามหาอยู่

หลายๆ เรื่องราวที่คุณวโรทาห์ได้เรียงร้อยไว้
ขอบอกว่า ประทับใจมากๆ
และได้แอบเอาไปพริ้นซ์แจกชาวบ้านด้วย

จึงขออนุญาตไว้ ณ ตรงนี้ ที่จะเอาไปเผยแพร่

ขอบคุณค่ะ

วโรทาห์ said...

สวัสดีครับ คุณ aruka ยินดีต้อนรับครับ
รู้สึกดีใจที่มีคนชอบข้อเขียนของผม
และยินดีให้เผยแพร่ครับ
เพราะเจตนาจริงๆที่ผมพยายามเรียงร้อยตัวอักษรออกมาด้วยความอุตสาหะ
ก็เพื่อปลอบใจเพื่อนๆที่อยู่ในสภาพสิ้นหวังและสับสน
อยากให้มีกำลังใจสู้ต่อไปจนกว่าจะเห็นแสงสว่างที่รออยู่ข้างหน้า