Monday, May 10, 2010

กบฏไพร่...ตำนานความห้าวหาญของชาวรากหญ้า

ล่วงเลยไปแล้วเกือบ 2 เดือน กับการต่อสู้ชนิดหลังพิงฝาหน้าชนกำแพง ของบรรดากบฏไพร่แดง ตัวแทนของชนชั้นไพร่กระฎุมพี ที่อาจหาญสวมหัวใจสิงห์ เข้าต่อกรกับกองทัพอำมาตย์อันเกรียงไกร โดยไม่คิดหวาดหวั่นแม้แต่น้อยนิด

มึงแรงมากูก็แรงไป งานนี้ไพร่สู้ยิบตา แม้ว่าจะมีแค่มือเปล่าๆ กับอุดมการณ์ล้วนๆ

ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้น นอกจากกฎหมายที่เขียนเองมากับมือแล้ว ยังพรั่งพร้อมด้วยสรรพกำลังและศาสตราวุธ ระดับสงครามระหว่างประเทศกันเลยทีเดียว

นี่ถ้าสงครามไพร่ตัดสินแพ้ ชนะกันที่อาวุธ ป่านนี้ไม่รู้ว่าเสื้อแดงกระเจิงไปถึงไหนแล้ว

แต่บังเอิญว่า ของจริงมันต้องวัดกันที่ใจ เรื่องของเรื่องมันถึงได้บานปลายกลายเป็นหนังคนละม้วน เพียงแค่สมรภูมิเลือดแห่งแรกที่สี่แยกคอกวัว ก็สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายอำมาตย์ ถึงขนาดถอยกรูดๆไม่เป็นขบวน

ถึงแม้ว่านักรบไพร่จะบาดเจ็บล้มตายเป็นใบไม้ร่วง แต่กองบัญชาการสุมหัวภาคสนามของสมุนอำมาตย์ ก็ถูกถล่มราพณาสูร ไม่เหลือแม้แต่ซาก ให้เป็นสีเหนียดแก่แผ่นดิน

อภิสิทธิ์ เวทนาทีวะ ถูกประทับตราทรราช เพียงแค่ชั่วข้ามคืน

ก็มันห้ามแล้วฟังกันซะเมื่อ ไหร่ ขนาดว่ากองทัพเขาไม่เอาด้วย เพราะเกรงว่ามันจะได้ไม่คุ้มเสีย ยังอุตส่าห์ดิ้นทุรนทุราย ไปใช้บริการทหารนอกแถว หน่วยที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากฆ่าประชาชนเต็มแก่ เพียงเพื่อเอาผลงานเป็นสะพานทอดสู่ยศฐาบรรดาศักดิ์ จะเป็นใครไปซะอีก ถ้าไม่ใช่หน่วยทหารหมา "บูรพาสุนัข"

ดุดันเหี้ยมเกรียมต่อประชาชน แต่คิกขุอาโนเนะ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็นเจ้านาย จนได้รับการขนานนามอย่างน่าชังน่าถีบว่า "ทหารแมวมาม่าซัง"

เพราะย่ามใจว่า งานนี้เคี้ยวขนม สู้กับประชาชนมือเปล่า หลับตาสู้ยังไงก็ชนะอยู่เห็นๆ พอผลการเย่อกันตั้งแต่บ่ายยันเย็น ฝ่ายทหารแพ้ประชาชนหลุดลุ่ยไม่เหลือฟอร์ม จึงทำใจยอมรับกันไม่ได้ ยิ่งมาเจอเสียงกระเส่า เขย่าขวัญสั่นประสาทผ่านเซ็กซ์โฟน-อินเข้ามาเร่งยิกๆว่า "ต้องจบให้ได้..ภายในคืนนี้"

มันเลยต้องมีลูกฮึด ลุยทำโอทีต่อตั้งแต่หัวค่ำยันดึกยันดื่น โดยไม่คำนึงถึงกฎกติกามารยาทที่ว่า ห้าม"ขอคืนพื้นที่"ในยามวิกาล เป็นอันขาด

เรื่องของเรื่อง มันเลยกลายเป็นงานช้าง เมื่อมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาขอร่วมแจม ในนามของ"กองกำลังไม่ทราบฝ่าย แต่ทราบว่ามีปืน" มาถึงก็ตั้งป้อมยิงไม่ยั้ง อย่างกับข้าวตอกแตก เล่นเอาสุนัขบูรพา ร้องไม่เป็นภาษาสุนัข

หะแรกใครต่อใครก็พากันทึกทักว่า เป็นกองกำลังที่มาช่วยเสื้อแดง แต่มาเอะใจตรงที่ว่า จะช่วยทั้งทีทำไมไม่อ้อมไปตีกระหนาบหลัง ให้ทหารอำมาตย์มันละล้าละลังเล่น แต่นี่ดันมาตั้งแท่นยิงอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง ทำตัวเป็นตำบลกระสุนตก พาให้ประชาชนพลอยซวยไปด้วยอีกหลายคน

แต่เอาเถอะ สงสัยไปก็เท่านั้น ในเมื่อผลมันก็คือๆกัน นั่นก็คือ ไม่ว่าจะมาช่วยเสื้อแดง หรือว่าถือโอกาสทอดผ้าป่าสามัคคี ฆ่าตัดตอนทหารฝ่ายตรงข้าม มันก็เป็นการฆ่าเพื่อยับยั้งการฆ่าอยู่ดี ไม่เช่นนั้นยังไม่รู้ว่า เสื้อแดงต้องตายเพิ่มอีกกี่ร้อยกี่พันศพ ภายใต้น้ำมือทหารระห่ำสัตว์พวกนั้น

ว่ากันถึงสาเหตุหลัก ที่ทำให้กองโจรอำมาตย์แตกญะญ่ายพ่ายจะแจ หมดรูปในครั้งนี้ ต้องถือเป็นผลงานการวางแผนยุทธการของทหารเสื้อแดง ที่แก้เกมส์กันชนิดช็อตต่อช็อต อย่างรู้เขารู้เรา จากข้อมูลวงในที่ถวายใส่พานมาให้โดยทหารแตงโม

ที่ต่อสายรายงานสดจาก วอร์รูมอำมาตย์ ชนิดคำต่อคำ ประโยคต่อประโยค ส่งตรงถึงเวทีเสื้อแดง อย่างกับยกกองบัญชาการของฝ่ายอำมาตย์มาไว้ที่นี่ ยังไงยังงั้น

แต่สงครามก็คือสงคราม เหมือนสาดน้ำใส่กัน มันก็ต้องรับเละทั้งสองฝ่ายเป็นธรรมดา คิดถึงไพร่ที่พลีชีพเมื่อไหร่ น้ำตามันพาลจะไหลทุกที นี่แหละคือสงครามไพร่ ไม่ว่าฝ่ายไหนจะได้รับชัยชนะ ฝ่ายไพร่ก็ต้องรับบทผู้แพ้ตลอดกาล โดยไม่มีข้อแม้ เพราะไม่ว่าทหารหรือพลเรือนก็แล้วแต่ ที่ตายๆกันไป มันก็ไพร่ทั้งนั้น

เพียงแต่ว่า"ไพร่ที่ตายเพื่ออำมาตย์" ย่อมได้รับเกียรติมากกว่า"ไพร่ที่ตายเพื่อไพร่" พูดแล้วมันเจ็บใจจริงๆ

มิพักต้องไปพูดถึง"องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย" ให้มันคลื่นไส้กันไปเปล่าๆ เหตุเพราะรู้ๆกันอยู่ ว่ามันเสียชีวิตยกคอกไปตั้งนานแล้ว ที่เห็นเต้นแร้งเต้นกาอยู่นั้นมันก็แค่ "องค์กรสิทธิทรชนแห่งประเทศไทย" ที่ทำหน้าที่ปกป้องทรชนคนชั่วเป็นการเฉพาะ การันตีด้วยผลงาน การเจ๋อเข้าไปซับน้ำตาจระเข้ ถึงรังโจร"ลาบ 11"

เมื่อคราวที่นายกฯกำมะลอ ถูกสาดเลือดหน้าบ้าน จนขวัญหนีดีฝ่อ ร้องไห้กระจองอแง อย่างกับพ่อแม่ตาย ยังไม่ปาน

เพราะเหตุนี้มันถึงได้ใจ ฮึ่มฮั่มจะออกมาล้างอาย หมายยิงประชาชนให้กระเจิงกันไปอีกรอบ ดีที่ได้องค์กรต่างชาติมาช่วยกดไข่ดัน ทำให้มันหน้าเขียวหน้าเหลืองนั่นแหละ อาการพิษสุนัขบ้า ถึงได้หายกำเริบลงไปหลายกิโลขีด

แม้กระนั้น ยังพยายามปล่อยของผ่าน "ศูนย์อำนวยความฉิบหายในสถานการณ์ฉุกละหุก" ด้วยการปล่อยไก่อูจอมเห่าหอน สรรเสริญ แก้วกำหนัด ออกมาขู่กรรโชกซ้ำๆซากๆ วันละ 3 เวลา สัปดาห์ละ 7 วัน เล่นเอาชาวบ้านเอียนจนแทบอ้วกไปตามๆกัน ฐานที่มันดีแต่เห่า ไม่เห็นกัดซักที

เมื่อแขนขามันง่อยเปลี้ยไปซะหมด ทหารก็เกียร์ว่าง ตำรวจนั้นเกียร์ถอยไปนานแล้ว จึงถึงคิวของเจ้ากรรมนายเวรตัวจริงเสียงจริงอย่าง "พันธมิตรทรชนเพื่ออำมาตยาธิปไตย" ที่ต้องออกจากโลงมาทำซ่า เดินหน้า "ฆ่ามัน..ฆ่ามัน..ฆ่ามัน.." ทั้งๆที่ระดมพลแทบตาย ไม่เคยได้เกิน 3 พัน ซักที

ปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็รู้ ว่าใครหมู่ ใครจ่า

บ้านเมืองร่ำๆว่าจะลุกเป็นไฟซะให้ได้ แต่นายกฯของไทยกลับไม่รู้สึกรู้สา ไม่รู้ว่ายุบสภามันยากเย็นยังไงกัน ถึงได้หน้าด้านหน้าทนไม่มีขีดจำกัด ทั้งๆที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ ก็เห็นเขาประกาศยุบสภากันโครมๆ ไม่เห็นจะ ต้องยักกะสาย โร้ดหม่งโร้ดแหม็ปให้มันยุ่งยาก โดยใช่เหตุ

อะไรไม่ว่า ยังมีหน้ามาทำขู่ ว่าโปรโมชั่นนี้ถือว่าคุ้มสุดๆแล้ว ห้ามต่อรองเป็นอันขาด

ทำอย่างกับว่า เป็นของดิบของดีที่ชาวบ้านเขาอยากได้นักหนา ไม่มาฟังทัศนะจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ตัวจริงเสียงจริง เมื่อผู้สื่อข่าวยิงคำถามเข้าใส่ ว่าคิดยังไงกับโร้ดแหม็ป"ปองดอง" ของท่านนายกฯ ยายพริ้งคนเสื้อแดง ถึงกับตะโกนตอบสวนควันปืนโดยไม่ต้องคิดว่า...โร้ดพ่อโร้ดแม่มัน

กูแค่อยากรู้ว่า มันจะยุบสภาเมื่อไหร่?

วโรทาห์: 10 พ.ค. 53

2 comments:

platoosom said...

สำนวนยังเจ็บปวดเหมือนเดิม

seabiskit said...

หายไปนานเลยครับ ออกจะคิดถึงสำนวนเจ็บๆคันๆ