Wednesday, March 12, 2008

ไดโนเสาร์พันธุ์แถ...

อินเทรนด์ซะไม่มี.. พลันที่ลุงมีชัยออกมาประกาศตัวเป็นไดโนเสาร์ องค์การอนามัยโลกก็เด้งเชือกออกมาขานรับ ประกาศการค้นพบ โรคระบาดชนิดใหม่ในประเทศไทย
เป็นโรคใหม่เอี่ยมถอดด้ามชื่อเก๋ไม่เบา ไดโนเสาร์ซินโดรม

หัสเดิมเริ่มแรก องค์การอนามัยโลก ตรวจพบความผิดสังเกตุในหมู่คนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่ค่อนข้างมีการศึกษา รวมทั้งพวกที่มีศักดิ์สูงกว่าใครในประเทศนี้ ที่นานไปนานไปชักจะคุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง จึงจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเข้ามาทำวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทย

ตั้งวงวิจัยไฮโลว์ ซอกแซกไปซอกแซกมาจนได้เรื่อง พบว่าอุปนิสัยของคนไทยกลุ่มนี้ ค่อนข้างก้าวร้าว ตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ความคิดความอ่านก็ตีบตัน คิดไปข้างหน้าไม่เป็น คิดได้แต่ถอยหลัง เกียร์เดินหน้าไม่มี มีแต่เกียร์ถอยกับเกียร์แถไปข้างๆ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ วนเวียนซ้ำๆซากๆอยู่แต่เรื่องเก่าๆ

พอเอ๊กซเรย์สมองเอามาตีแผ่ก็ถึงกับหงายผลึ่ง นักวิจัยต่างตกตะลึงตึงๆ เมื่อพบว่าท่านๆทั้งหลายดันสมองฝ่อ เหลือไว้ใช้งานอยู่แค่ซีกเดียว จึงออกอาการประหลาดเหมือนไดโนเสาร์พันธุ์หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ไดโนเสาร์พันธุ์แถ

ที่ได้ชื่ออย่างนี้มันต้องมีที่มา ข่าวเขาว่าไดโนเสาร์พันธุ์ที่ว่า มีชีวิตอยู่เมื่อราว 500 ล้านปีก่อน ใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรอยู่แถวสุวรรณภูมินี่แหละิ นับเป็นไดโนเสาร์รุ่นแรกๆด้วยซ้ำ ที่สูญพันธุ์เพราะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ได้

ไม่ใช่สิ ความจริงจะว่าปรับตัวไม่ได้ก็ไม่ถูก ที่ถูก ต้องบอกว่ามันไม่ยอมปรับตัวซะละมากกว่า แถมยังดันโง่จะไปปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับตัวมัน ปรับไม่ได้ก็ยังดื้อ พยายามจะปรับอยู่นั่นแหละ สุดท้ายก็เลยชิบผายกันยกฝูง

สาเหตุที่มันกลายเป็นไดโนเสาร์หัวดื้อ เขาว่าเป็นเพราะมันดันมีสมองซีกเดียว ปัญหาก็เลยตามมาเพียบ จะคิดจะอ่านอะไรก็คิดได้แค่ตื้นๆ มองปัญหาได้แค่ด้านเดียว มองอีกด้านก็ไม่เป็น เอาแค่มองให้เป็นกลางๆก็ยังไม่ได้ เลยทำให้มันหลงตัวเอง แถมดื้อด้านชะมัด เหมือนคนแก่หัวดื้อยังไงยังงั้น

เท่านั้นยังไม่พอ การมีสมองซีกเดียวนี่มันยุ่งหลาย การทรงตัวก็ไม่สมดุลย์ เวลาเดินมันเดินตรงๆได้ซะเมื่อไหร่ ต้องแถออกไปทางข้างๆคูๆ แต่ยังโชคดีที่แถได้ทั้งซ้ายทั้งขวา เกิดศัตรูมาทางขวามันก็จะแถไปทางซ้าย ถ้าไปดักทางซ้ายมันจะแถมาทางขวา จับไม่ได้ไล่ไม่จน ศัตรูตามธรรมชาติได้แต่ยืนงงไม่รู้จะทำยังไง

ถ้ามันแถแล้วยอมรับว่าตัวเองแถก็ยังพอทน นี่ยังสัปดนหาว่าคนอื่นแถ ความที่แถจนเป็นนิสัย พอเห็นคนอื่นเดินตรงๆมันก็เลยเง็งๆ ภาพที่มันเห็นคือคนอื่นเคลื่อนที่ไปข้างๆ แต่พวกมันเคลื่อนที่ไปตรงๆ เลยสรุปเอาดื้อๆว่าพวกมันซึ่งมีเพียงไม่กี่ตัวเดินตรง แต่สัตว์อื่นทั้งโลกเดินแถ

พูดให้ตายมันก็ไม่ฟัง ดันทุรังว่าพวกมันถูก ขนาดว่าแถไปชนชาวบ้านเขา ก็ยังกล่าวหาว่าเขาแถมาชนมัน เลยมีเรื่องมีราวกับเขาอยู่เป็นประจำ กลายเป็นสัตว์ก้าวร้าว ไม่ค่อยใช้สมอง เพราะว่าแม้จะตัวใหญ่แต่ขนาดสมองเท่าหัวแม่มือ เลยคิดอะไรไม่ค่อยจะทันเขา

เมื่อเนื้อสมองมีน้อย ถ้าจะใช้เหตุผลมาสู้เขาก็มีหวังแพ้ยันเต เลยชอบใช้กำลังเข้าหักหาญ แต่เวรกรรมเจ้าสมองซีกเดียว ก็ดันมาสร้างปัญหาเวลาต่อสู้ จะสู้กับใครซึ่งๆหน้าก็ไม่ได้ เลยต้องเอาสีข้างเข้าถู ถูไปถูมาจนสีข้างถลอกปอกเปิก หนังหนาสีข้างด้านไปเป็นแถบๆ

ลักษณะแปลกประหลาดอีกอย่าง ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ห้ามลอกเลียนแบบ คือถ้าเกิดตัวผู้มีอารมณ์โรแมนติก อยากจะผสมพันธุ์ จนตัวสั่นหัวคลอน มันจะกู่ก้องร้องหาตัวเมียด้วยเสียงร้องประหลาดว่า คูนาทาม ๆ ๆ ถ้าตัวเมียก็อยากพอกัน มันจะขานรับว่า จารีทามๆๆ ส่งซิกแค่นี้ก็เป็นอันว่ารู้เรื่อง

จึงไม่แปลกที่พอถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้กับตัวเมียจะกู่ร้องคูนาทาม จารีธรรม ประสานเสียงกันเซ็งแซ่ แล้วค่อยๆจูงมือกันหายเข้าไปในถ้ำม่านรูดเป็นคู่ๆ เบาสบายไปทั้งตัวผู้ตัวเมีย แต่หลังๆชักจะมั่วๆ เพศเดียวกัน ยังมาผสมพันธุ์กัน ทั้งตัวเมียตัวผู้จึงร้องได้ทั้ง คูนาทาม จารีทาม

และก็เจ้าเสียงร้องประหลาดนี่เอง ที่เป็นกุญแจไขไปสู่ความสำเร็จ พอผู้เชี่ยวชาญฝรั่งได้ยินเสียงผู้ป่วยพล่าม คุณธรรม จริยธรรม วันละ 3 เวลาหลังอาหาร เลยถึงบางอ้อ ขูดลิ้นไปตรวจดีเอ็นเอก็โป๊ะเช๊ะใช่เลย พิมพ์เดียวกับไดโนเสาร์พันธุ์แถเด๊ะๆ ยังกับสืบสายเลือดกันมา

รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง องค์การอนามัยโลกก็ยังปวดเฮ่ด ไม่มีทางรักษา ได้แต่ทำพิธีสาปแช่งให้พวกมันรีบๆตายๆกันไปซะ เพราะส่วนใหญ่ก็แก่งั่ก แต่ยังตายยากตายเย็น ระหว่างนี้ก็ได้แต่ควบคุมการระบาดของโรค ไม่ให้ลุกลามไปติดชาวโลก เดี๋ยวจะพากันซวยไปทั้งแกแล็กซี่

ควันหลงจากวงประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ ผู้เขี่ยวชาญฝ่ายไทยยังไม่ปักใจว่าจะเป็นโรคไดโนเสาร์ซินโดรม แต่เสนอว่ามันน่าจะเป็นกาขาวซินโดรมซะละมากกว่า เถียงกันไปเถียงกันมา เหตุผลทางวิชาการชักจะเอาไม่อยู่ จากถกเถียงเลยกลายเป็นถกแถ ฝรั่งชักจะเริ่มยัวะเลยขึ้นเสียงแหว

"กาขาวบ้านแกสิ ไม่มีปีก" อ้าว..พูดยังงี้ก็สวย เรื่องอย่างนี้มีหรือพี่ไทยจะยอมใครง่ายๆ เลยตอกกลับไปว่า

"แล้วไดโนเสาร์บ้านแกเหรอ ไม่มีหาง" แต่เที่ยวนี้ท่าจะกินกันไม่ลง ฝรั่งก็พอเป็นงาน เลยสวนกลับมาอีกว่า

"วิวัฒนาการทำให้หางมันหดหายไปเว้ย แบบลูกอ๊อดไง"

ผู้ร่วมสัมมนาฟังผู้เชี่ยวชาญแถกันแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว นึกในใจว่าเอาซะแล้ว เห็นทีว่าพวกท่านจะติดโรคไดโนเสาร์เข้าไปเต็มตัว ดูดู๋ฤทธิ์เดชของมัน

พอติดเชื้อเข้าไป แม้แต่ฝรั่งยังแถเป็น

วโรทาห์: 12 มี.ค.51

1 comment:

aruka said...

อ่านได้ครึ่งทาง ขำกลิ้งเลยค่ะ

ขออนุญาตเซ็ฟไปเผื่อแผ่ชาวบ้านที่เล่นเน็ตไม่เป็นนะคะ

จากลับไปอ่านต่อแล้วเน้อ

บายๆๆ