Friday, February 29, 2008

ปฏิบัติการผ่านรก..เด็ดหัวแม้ว

คืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ณ.เกสต์เฮ้าส์ลี้ลับริมฝั่งเจ้าพระยา แถวท่าพระอาทิตย์ อาแป๊ะร่างอ้วนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้วางตัวตามสบาย.. ด้วยรูปทรงศีรษะที่อวบกลม และทรงผมที่สั้นเกรียน ทำให้เหมือนเอาหัวหมูไปตั้งอยู่บนบ่า.. ห่างออกไปทางซ้ายมือ เป็นบุรุษร่างอ้วนดำยืนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำงานทำการอะไร

"โทนี่" อาแป๊ะเอ่ยเรียกชื่อชายที่ยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า ด้วยโทนเสียงทุ้มนุ่มลึก ตามแบบฉบับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

"ครับผม" บุรุษผู้นั้นขานรับด้วยท่าทีกระตือรือล้น ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเอกลักษณ์ฟันหลอชัดเจน เขาคือเจ้าของฉายาเพชฌฆาตหน้าหยก ลุงฟันหลอ ผู้ที่ชมชอบให้เรียกตนเองว่า โทนี่หลอ แต่คนทั่วไปที่พบเห็น มักนึกว่าเป็นคนต่างด้าวหนีเข้าเมือง มาหาบเต้าฮวยขายแถวเยาวราช

"ฟังให้ดี" อาแป๊ะหัวหมูเริ่มบทหว่านล้อม "พรุ่งนี้เราจะเก็บอ้ายแม้ว ทันทีที่มันเหยียบสุวรรณภูมิ นับว่าเป็นโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิตของนาย ที่จะได้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่างหาที่สุดไม่ได้ แถมยังจะไ้ด้เงินอีกก้อนโต ใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมด" ประโยคหลังเล่นเอาลุงโทนี่ถึงกับหูผึ่ง

"ได้เลยครับเจ้านาย คนอย่างโทนี่.. พร้อมที่จะพลีชีพเพื่อชาติเสมอ กู้ชาติยังทำมาแล้ว" ว่าไปนั่น.. ชายแก่ออกอาการฮึกเหิมสุดๆ จนอดไม่ได้ที่จะปากพล่อยตามนิสัยอันถาวร "สั่งมาได้เลยเจ้านาย... จะให้ผมทำอะไรครับ?"

"ระดับนาย มันต้องระเบิดพลีชีพ" คำพูดสั้นๆ ห้วนๆ แต่เล่นเอาลุงฟันหลอถึงกับหัวหมุนติ้ว

"เอ่อ..ผมลืมบอกไปว่า..ว่า พอดีพรุ่งนี้ไม่ว่าง ต้องพากิ๊กไปฝากท้องครับ เจ้านาย" ลุงแกพยายามนึกอะไรได้ก็พูดออกไป ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด

"อ้ะ! ไม่เป็นไร ผมล้อเล่น" อาแป๊ะจอมกะล่อนเปลี่ยนเรื่องทันที "ความจริงเราจะใช้สไนเปอร์ 3 กระบอกซุ่มยิง นายแค่ไปเป็นคนชี้เป้าก็พอ"

"ครับ ผมก็ล้อเล่น" ลุงฟันหลอก็ทันเกมส์ "ความจริงพรุ่งนี้ผมว่าง พร้อมปฏิบัติหน้าที่ครับ!"

----------------------------------------------------------

เช้าตรู่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ณ.สนามบินแห่งชาติสุวรรณภูมิ รถตู้สีดำมะเมื่อมจอดซุ่มอยู่ในที่ลับตา แต่เป็นจุดที่สามารถมองเห็นอาคารที่พักผู้โดยสารได้อย่างชัดเจน มองไปไกลลิบๆ เห็นชาวบ้านที่มาคอยต้อนรับอดีตนายกฯ จับกลุ่มกันอยู่เป็นหย่อมๆ กระจายไปทั่ว

เจ้าอ้วนดำนั่งส่องกล้องสังเกตุการณ์อยู่ในที่นั่งคนขับ ส่วนอาแป๊ะยืนอยู่ข้างรถ เขาสวมชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำที่คิดว่าดูเท่ห์ที่สุด แถมยังคาดแว่นตาเก๋ไก๋สีดำมืด ถ้าคว่ำหน้าคุดคู้ลงกับพื้น ใครๆก็ต้องเข้าใจว่าเป็นหมูหันที่แก่ไฟจนไหม้เกรียม

ห่างออกไป 3 ก้าวเบื้องหน้าของเขา ลุงฟันหลอยืนยิ้มเผล่อยู่อย่างอารมณ์ดี วันนี้ก็เหมือนทุกครั้งที่ออกปฏิบัติการที่ต้องเต็มยศ เสื้อยืดกางเกงยาว พร้อมกับริสต์แบนด์สีเหลือง ห้อยคอด้วยเหรียญจตุคามฯขนาดเท่ากระด้ง และที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดคือผ้าโพกหัว ผิดกันแต่ว่า ครั้งนี้ข้อความเปลี่ยนไปเป็น "ทักษิณ..สู้..สู้"

"เอ้า.. นายถือธงนี่ แล้วมั่วเข้าไปในกลุ่มพวกมันที่มารอรับอ้ายแม้ว" อาแป๊ะยื่นธงด้ามยาวที่มีข้อความ "คิดถึง ทักษิณ" ให้ลุงฟันหลอรับไป "อย่าลืม.. ลุยเข้าไปให้ถึงตัวอ้ายแม้ว แล้วชูธงขึ้น ที่เหลือนอกนั้นเป็นหน้าที่ของสไนเปอร์"

"ได้ครับ เจ้านาย" ลุงฟันหลอรับธงได้ก็ตั้งท่าจะออกวิ่งไปหากลุ่มคนข้างหน้า

"เดี๋ยวก่อน" อาแป๊ะออกปากยั้งไว้ แล้วยื่นเข็มขัดผ้าเส้นใหญ่ให้ เป็นเข็มขัดกระเป๋าคาดพุง แบบที่แม่ค้าตามตลาดนัดชอบใช้

"ใส่อะไรไว้ครับเจ้านาย หนักอึ้งเลย" โทนี่หลอถาม หลังจากที่รับเข็มขัดมาถือไว้

"เงิน.. เงินเป็นฟ่อน มันเป็นเงินค่าจ้างของนาย นายเอาคาดติดพุงไว้ ทำงานเสร็จแล้ว นายรีบหนีไปเลย อย่ากลับมาอีก เงินนี้เพียงพอที่จะใช้เลี้ยงนายไปได้ตลอดชาติ แถมด้วยกิ๊กอีก 3 คน"

คำพูดของอาแป๊ะ ทำเอาลุงถึงกับตาเคลิ้มลอย เอากระเป๋าคาดเอวโดยไม่รอช้า แบงค์พันที่หนักขนาดนั้น ตีเป็นตัวเงินแล้ว หัวสมองของโทนี่ก็โอเวอร์โฟลว์ คิดไม่ออกว่ามันเท่าไหร่

"อีกอย่าง.." อาแป๊ะสำทับอีก "อย่าลืมว่า เข็มขัดนี้ใช้เป็นสัญญลักษณ์ให้พวกเราสังเกตุได้ด้วย เพราะฉะนั้นระหว่างทำงานห้ามถอดออกโดยเด็ดขาด และห้ามเปิดออกดูจนกว่างานจะเสร็จตามเป้าหมาย เข้าใจไม๊"

"เข้าใจครับเจ้านาย" ลุงฟันหลอตอบอย่างลิงโลด พร้อมใช้มือตบกระเป๋าที่เอวเบาๆอย่าทะนุถนอม

"งั้นไปได้ อย่าลืมว่า งานนี้ต้องเนี้ยบ ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด" พูดพร้อมกับตบไหล่ลุงแก่ เหมือนที่เคยตบไหล่หัวหน้าพรรคการเ้มืองที่มาสวามิภักดิ์

"เอ้อ.. เดี๋ยวก่อนครับเจ้านาย" จู่ๆลุงฟันหลอก็ออกอาการลังเล หน้าซีด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทำเอาอาแป๊ะใจแป้ว

"อะไรอีกล่ะ กลัวหรือไง... จะมาเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ได้นะโว้ย"

"เปล่าครับ ผมปวดท้องขี้ เจ้านายอนุญาตให้ผมไปขี้ก่อนได้ไม๊ครับ" คำตอบของลุง ทำให้อาแป๊ะถึงกับเป่าปากออกมาอย่างโล่งอก

"คนจะขี้ หมาจะเยี่ยว ใครจะไปห้ามได้ เออ.. ยังมีเวลาถมเถ โน่นที่ไซท์คนงานโน่น รีบไปรีบมา" อาแป๊ะพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ด้านหลัง ห่างออกไปไม่ไกลมาก ซึ่งเป็นที่พักคนงานที่มาซ่อมรันเวย์

โทนี่หลอมองตามมืออาแป๊ะไป สายตาล็อคเป้าได้อย่างรวดเร็ว เท้าก็เริ่มทำงานทันที มือหนึ่งถือธง มือหนึ่งกุมดาก ขณะที่วิ่งทำลายสถิติโลก ตรงไปยังห้องเล็กๆเพิงหมาแหงน ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท้าทายสายตากลางทุ่งโล่ง ใกล้กับที่พักคนงาน

หลังจากที่ลุงฟันหลอเผ่นแน่บไปแล้ว เจ้าอ้วนดำจึงค่อยย้ายก้นออกจากที่นั่งคนขับ เอารีโมทมายื่นให้เจ้านายหัวหมู

"เอ็งยัดดินปืนเข้าไปในกระเป๋านั่นเท่าไหร่วะ หนักชิบเป๋ง" อาแป๊ะกระซิบถาม เหมือนกลัวลุงฟันหลอได้ยิน

"ไม่ต้องถามว่าเท่าไหร่ บอกได้แค่ว่า..เพียบ เรียกว่าบึ้มปุ๊บ อ้ายแม้วก็ไปเกิดใหม่ปั๊บเลยแหละ จ้าวนาย คริ คริ" เจ้าอ้วนจอมโม้ คุยฟุ้ง

"จริงเหรอ.. เกิดใหม่ทันทีเลยเหรอ คริ คริ" อาแป๊ะพูดอย่างสะใจ แล้วหันมาลูบคลำรีโมทอย่างทะนุถนอม "แล้วรีโมทนี่ เอ็งแน่ใจนะว่าใช้การได้แน่ อย่าลืมนะโว้ย งานนี้ต้องเนี้ยบ ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด"

"อ๋าย.. มือชั้นไหนแล้ว ระดับอ้วนดำ มีหรือไม่ชัวร์" เจ้าอ้วนดำออกอาการหลงตัวเองสุดๆ กระชากรีโมทไปจากมือเจ้านายด้วยความลืมตัว "ไม่เชื่อจะลองให้ดู"

"ยะ.." อาแป๊ะออกปากจะห้าม แต่สายไปเสียแล้ว

"บึ้ม.." เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว จนรถสะเทือนไปทั้งคัน ห้องส้วมที่ไซท์คนงานแหลกเป็นจุณ ธง "คิดถึง ทักษิณ" กระเด็นมาร่วงลงตรงหน้าอาแป๊ะหัวหมู

"เย้.. เห็นไม๊ มันเวิร์ค..." เจ้าอ้วนดำแหกปากลั่นด้วยความสะใจ

อาแป๊ะยืนตัวแข็งทื่อ หัวหมุนติ้วๆ สายตาพร่าพราย เหมือนโดนรัตนพล ส.วรพินธุ์ เตะผ่าหมากแล้วชกเบ้าตาอีก 10 หมัด โลกหยุดหมุนไปพักใหญ่ กว่าจะฟื้นคืนสติได้

อาแป๊ะจ้องหน้าเจ้าอ้วนดำอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ พร้อมกับแหกปากจนสุดเสียง ดังกึกก้องและยาวนาน

"ไ.อ้.. บ้า.. เอ๊ย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ"

วโรทาห์: 29 ก.พ. 51

No comments: