Thursday, March 12, 2009

ขอร้องนายกฯ ให้อยู่ต่ออีกซักหน่อย นะ..นะ

มหกรรมโดดตึก กีฬายอดฮิตของบุคคลล้มละลาย กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง กำลังนี้คนไทยทุกภาคส่วน ได้แต่เฝ้าลุ้นระทึกจนนั่งไม่ติด ว่าใครจะจ่อคิวเป็นอันดับต้นๆ ที่จะได้รับเกียรติให้พุ่งหลาวดิ่งนรก โดดตึกตายซะให้รู้แล้วรู้รอด ให้มันสาสมใจ ที่สะเอือกเกิดมาเป็นคนไทยในยุคถิ่นกาขาว

แล้วเที่ยวนี้ก็ไม่หนีคู่ เวรคู่กรรมเจ้าเก่า ที่ผูกปีทำเจ๊งกันมาแต่ชาติปางก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่เกิดวิกฤติทีไร ต้องมีประชาธิปัติย์เป็นมือวางเพลิงทุกที ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น ยังชอบอาสาพางูเห่ามาช่วยดับไฟ แล้วถือโอกาสขนทรัพย์สินหนีหายไปเกลี้ยงจ้อย หลังจากกบดานจนคดีขาดอายุความแล้ว ค่อยกลับมาลุยรอบใหม่

เวรกรรมของ คนไทยแท้ๆ ในขณะที่ทั่วโลกแค่เจอแฮมเบอร์เกอร์ไครสิสเข้าไป ก็แทบจะล้มประดาตาย แต่พี่ไทยกลับมีอ๊อปชั่นพิเศษ ล่อแมลงสาบไครสิสซ้ำเข้าไปอีกชุดใหญ่ กลายเป็นเจอ 2 เด้ง ไม่ตายวันนี้แล้วจะไปซี้วันไหน

เกิดมาเป็นคนไทยซะอย่าง อำมาตย์ท่านจัดอะไรมาให้ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ในขณะที่ชาวโลกต่างระดมยอดฝีมือเข้าประจำการ เพื่อต่อกรกับสึนามิเศรษฐกิจอย่างถึงพริกถึงขิง แต่คนไทยตาดำๆ กลับต้องมาฝากอนาคตไว้ กับเด็กออทิสติค 2 คน ที่กำลังสาละวนอยู่กับการแก้แห โดยไม่ปล่อยให้ปากอยู่ว่าง คอยต่อยหอยโชว์โง่ไปเรื่อย จนชาวบ้านที่ได้ฟัง แทบจะประสาทกินตาย

ยิ่งแก้ยิ่งยุ่งไม่สมราคาคุย ผ่านไปแค่ 2 เดือน ดูเหมือนว่าจะยุ่งยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้แก้ซะอีก ทำไปทำมา รูปการณ์ทำท่าว่า หวยจะไปออกที่ช่างถักแห ว่าถักกันอีท่าไหน ถึงได้เล่นเอาลิงปวดหัว ในเมื่อรัฐบาลก่อนหน้าไม่สะสมเงินทองไว้ให้ถลุงแล้วรัฐบาลนี้จะไปทำอะไรได้ นอกจากออกตะลอนทัวร์ หากู้มันอยู่ร่ำไป จะได้สะสมหนี้ไว้ให้รัฐบาลหน้าใช้ต่อ

ขืนไปหน้าด้านแบมือขอพ่อ เหมือนตอนที่ยังไม่มีเมีย นอกจากจะไม่ได้เงินแล้ว ยังอาจเจอเทศนากัณฑ์ใหญ่ สอนให้รู้จักพอเพียง

คนจะซวยช่วยไม่ได้ จู่ๆเจ่เจ๊ก็ออกมาเผาเครื่องกันดื้อๆ ไม่รู้ว่าหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่ ถึงได้ออกมาการันตีว่าอาตี๋ยังไงก็ไม่โกง เพราะว่าถึงโกงไปได้ ก็บริหารเงินไม่เป็น ไม่ต้องอะไร ทุกวันนี้ยังต้องให้เมียจัดสรรงบประมาณให้ หลังจากที่รบกวนพ่อแม่มานาน จนหมะม๊าแทบจะลาโรง

ตายกันพอดี ยิ่งไม่มีใครเชื่อน้ำอิ๊วอยู่ด้วย ยังมาตอกย้ำให้เห็นภาพอีก มุขนี้จึงไม่เวิร์ค แทนที่ชาวบ้านจะยิ้มออก กลับกลายเป็นตกใจจนแทบบ้า ว่าเวรกรรมแท้ๆ บริหารเงินตัวเองยังไม่ได้ ยังไพล่มาอาสาบริหารประเทศ ถึงว่า..บัตรเอทีเอ็มใบเดียวแท้ๆ ยังปล่อยให้คนใช้ แฮฟเอาไปกินซะได้

เฒ่าชวนก็เจ๊าะแจ๊ะไม่เลิก ขานี้ไม่รู้แกติดใจอะไรนักหนากับอาชีพคุณโสฯ จึงได้มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาโสเภณีอยู่ร่ำไป ยิ่งโสเภณีเด็กด้วยแล้ว แกยิ่งชอบแก้ใหญ่ ถึงกับสะกิดหนูมาร์ค ว่าอะไรไม่อะไร ต้องให้ความสำคัญกับปัญหาโสเภณีเป็นพิเศษ เพราะว่ามันเป็นหน้าตาของประเทศ แต่หลานรักดันไม่รับมุข บอกว่าลุงก็คิดมากไปได้ อาชีพโสเภณี..ประเทศไหนเขาก็มีกัน

หันไปหาหลานกรณ์ หวังฝากฝังให้ทุ่มเทแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อย่างเต็มที่ ไม่งั้นโสเภณีมีหวังงอกงามเป็นดอกเห็ด เดี๋ยวประชาธิปัติย์จะงามหน้ากันไม่เสร็จ เลยโดนตอกกลับมาอีกดอก ว่าโธ่..ลุง อาชีพโสเภณี..ที่ไหนเขาก็ทำกัน

ก่อนหน้านี้ยังนึกว่า นายกฯใครๆก็เป็นได้ พอได้เป็นถึงได้รู้ ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาแค่ราศีมันไม่จับ ทำอะไรก็ดูโหลยโท่ยไปหมด อย่างตอนไปอินโดฯ เดินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ป่านนี้ยังค่อนแคะกันไม่เสร็จ ว่าห่อไหล่เหมือนเดินหาเขียด ไปฉีกหน้าฉีกตาคนไทยเปล่าๆ สู้ให้เฒ่าชวนลงไปเดินโยก ยังจะดูเท่ห์กว่ากันเยอะ

สมัยน้าแม้วเป็น ดีเจรายการ "นายกฯพบประชาชน" เห็นเหรตติ้งพุ่งกระฉูด ก็ระริกระรี้อยากจะเอามั่ง พอได้สัมปทานมาจัดเองจริงๆ ไม่เห็นมันฮ็อตฮิตอย่างที่วาดหวังไว้ซักกะหน่อย ขนาดรายการ "พูดจาประสาลุงหมัก" อย่างไม่มีๆยังฟาดเหรตติ้งไป 89 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ เทียบกับรายการ "ช่างแม่มันประเทศไทย" ได้มากระจุ๋มกระจิ๋ม 11 เปอร์เซ็นต์นิดๆ นี่ขนาดว่า ตั้งใจไปสำรวจในรังแมลงสาบนะนั่น

จะบ้าตาย..รายการธรรมะวันอาทิตย์ยังฮ็อตกว่าซะอีก

แล้ว นี่จะทำยังไงดี ดันดิ้นพล่านงอแงจะไปลอนดอน เลยเจอไฟต์บังคับ จัดคิวให้พูดเรื่องประชาธิปไตยซะงั้น รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นสมุนเผด็จการ ยังยัดเยียดให้พูดเรื่องประชาธิปไตย คงกะลากไปเชือดให้ดิ้นตายลงคาตา แต่จากรูปการณ์แล้ว สมุนอำมาตย์น่าจะแก้เกมส์ ให้ออกไปในแนว "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ตามถนัด เทียบกับให้ตานฉ่วยไปพูดเรื่อง "ประชาธิปไตยแบบพม่าๆ" ก็น่าจะได้อารมณ์เดียวกัน

ถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่ต้องถามว่าประเทศให้อะไรท่าน ต้องถามว่ามาร์คให้อะไรกับประเทศจะเข้าท่ากว่า แต่อะไรไม่อะไร อย่างน้อยมาร์คก็ได้บทเรียนไปเป็นกระบุงโกย นี่ถ้าไม่ชิงสุกก่อนห่าม ค่อยๆสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าตายแล้วเกิดใหม่สัก 4-5 ชาติ มาร์คอาจจะตามก้นนายกฯในดวงใจทันก็ได้ ใครจะไปรู้

เอาเถอะ..ไหนๆก็ ไหนๆแล้ว โอกาสอย่างนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ถ้ามาร์คยังอยากจะอยู่ยาว ก็คงไปห้ามกันไม่ได้ จึงขอร้องเสื้อแดงหรือแม้แต่เสื้อเหลืองที่กำลังฮึ่มฮั่มเข้าใส่ ว่าอย่าไปไล่มาร์คให้เสียเซ้ลฟ์กันเปล่าๆ อยู่ก็ตายไม่อยู่ก็ตาย ถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ 10 น้าแม้วก็ช่วยอะไรไม่ได้ อีกไม่นานเกินรอ เศรษฐกิจมีหวังพังพินาศราพณาสูร ถึงเวลานั้นบ้านเมืองต้องลุกเป็นไฟ ประชาชนที่โกรธแค้น...

จะได้กระทืบได้ถูกคน

วโรทาห์: 12 มี.ค. 52

Monday, March 9, 2009

เพราะเธอคนนั้น จึงมีประชาไทในวันนี้

ถ้า ไม่ใช่ทรราชย์ก็ใกล้ความจริงเข้าไปเต็มที สำหรับรัฐบาลเผด็จการพลเรือน ที่ซุกหัวอยู่ใต้ท็อปบู๊ทเผด็จการทหาร เป็นรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ แต่บงการโดยพรรคข้าราชการ ภายใต้การชี้นำโดยระบอบอมาตยาธิปไตย

เหมือนลมปากที่พ่นออกมาจากรู ทหวารหนัก กับสุนทรพจน์สวยหรู ที่เสกสรรปั้นแต่งในวันที่เข้าสวมรอย รับตำแหน่งนายกฯที่อำมาตย์ปล้นมาประเคนให้ กับคำพูดที่ผายลมออกมาทางปาก จะสร้างความปรองดองให้กับคนในชาติ แต่การกระทำกลับซ้ำเติมให้เลวร้าย ยิ่งไปกว่าเก่า

ดับไฟด้วยการสุมฟืน สร้างความสามัคคี ด้วยการไล่บี้อย่างเมามัน

หลัง จากที่ได้นั่งตำแหน่งนายกฯสมใจอยาก วันๆก็ไม่คิดจะทำอะไรให้มันเป็นโล้เป็นพาย นอกจากตะลอนๆ หากู้เงินเอาปรนเปรอกันแล้ว ก็เห็นมีแต่การตามล้างตามเช็ดกันล้วนๆ เดี๋ยวเด้งคนนั้นเดี๋ยวปลดคนนี้ เดี๋ยวขู่จะย้ายข้าราชการ เดี๋ยววางแผนกวาดล้างคนเสื้อแดง

แต่ส่วนเสื้อเหลือง ต้องยกเอาไว้บนหัว เพราะบุญคุณท่วมท้น ยิ่งกว่าบิดรมารดา ยังไม่ปาน

อะไร ที่เคยด่าเขาไว้ วันนี้มันทำหมด แถมยังทำได้เลวกว่าที่มันด่าซะอีก เคยด่าว่า่ท่านนายกฯทักษิณคุกคามสื่อ ในขณะที่สื่อยังอยู่ดีมีสุข แถมยังรวมหัวกันก่นด่าอดีตนายกฯอย่างเมามัน มาถึงวันนี้ ที่ว่ามีเสรีภาพ ก็เฉพาะเสรีภาพที่จะด่าทักษิณได้อย่างเต็มที่ แต่สื่อที่อยู่ตรงกันข้าม มันตามล้างตามเช็ด จะเอาเป็นเอาตาย

กับข่าวการบุกจับผู้บริหารเว็ป ประชาไท ที่เปรียบไปแล้ว ก็เหมือนกับเหยียบย่ำลงไปบนหัวใจประชาชน เพราะปฏิเสธไม่ได้ ว่านั่นคือสื่อหลักแหล่งใหญ่ ที่ฝ่ายประชาธิปไตยพอได้อาศัยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แล้วไฉน ถึงกลับกลายเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ที่วิ่งแซงคดีก่อการร้ายยึดสนามบินไปได้ ชนิดที่มองไม่เห็นฝุ่น

ปฏิบัติการที่เป็นกบฎต่อประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ต้องจดจารใส่บัญชีหนังหมา เพื่อรอวันสะสาง ไม่ว่าอ้ายอีผู้ใดล้วนไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้ จะเป็นคำสั่งของใครไม่รู้ แต่ในเมื่ออาสามาเป็นรัฐบาลแล้ว ก็มีหน้าที่ต้องพิทักษ์สิทธิประชาชนอย่างเต็มที่ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ลาออกไป

" คุกคามสื่อคือคุกคามประชาชน" เห็นเจื้อยแจ้วกันอยู่แหม็บๆ แล้ววันนี้มันไปมุดหัวกันอยู่ที่ไหน หรือว่าประชาไท ก็จัดอยู่ในประเภทสื่อเทียม เป็นลูกเมียน้อย ที่มีศักดิ์ด้อยกว่าสื่อแท้ แต่ถึงยังไงก็น่าจะออกมาแถกันซักหน่อย อย่างน้อยก็ให้ได้รับรู้กันว่า พวกปากดี ยังมีชีวิตอยู่ครบทุกตัว

สำหรับอาจารย์จอน หนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บประชาไท ถ้าลำบากนัก จะอยู่เฉยๆก็ไม่มีใครเขาว่า ดีกว่าอ้าปากขึ้นมา เป็นต้องแขวะทักษิณให้มันเสียความรู้สึกกันเปล่าๆ รู้แล้วหละว่าเกลียดอดีตนายกฯ จนไม่อาจเผาผีกันได้ แต่ต้องแยกแยะว่านี่มันงานอะไร แก่ปูนนี้แล้วก็น่าจะเข้าให้ถูกงาน

นี่ถ้าไม่บอกคงไม่มีใครรู้ ว่าคู่นี้เขาคลานตามกันมา ระหว่างอาจารย์"ใจ" กับอาจม"จอน"

ขอ สดุดีหญิงแกร่งอย่างคุณจีรนุช เปรมชัยพร สุภาพสตรีที่ทำเอาชายอกสามศอกยังต้องอายม้วนต้วน โดยเฉพาะชายกระโปรง ที่ไม่กล้าเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่กล้าที่จะรับตำแหน่งนายกฯ อย่างไม่ตะขิดตะขวง แม้กระทั่งจะต้องศิโรราบ อุทิศตนเป็นข้าช่วงใช้ให้ระบอบอำมาตย์ ก็พร้อมพลีกายถวายชีวิต โดยไม่อิดออดแม้แต่น้อย

ต่างกันไกลลิบ กับสุภาพสตรีหนึ่งเดียวคนนี้ ที่หาญกล้ายืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ แม้จะโดดเดี่ยวอยู่ในท่ามกลางฝูงสุนัขจิ้งจอกตัวผู้ ที่ได้รับการหนุนหลัง อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จากพญาราชสีห์ผู้กระหายในอำนาจ แต่ไม่ประสงค์จะออกนาม

ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่แน่ว่า ประชาไทในวันนี้ อาจไม่มีเหลือแม้แต่ชื่อ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอคนนี้ ประชาไทที่ก่อตั้งโดยคนบางคน ที่เกลียดทักษิณอย่าง ชนิดแค้นฝังหุ่น ไม่มีวันที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ในฐานะเว็บไซต์ของคนรักประชาธิปไตย ที่เป็นหอกทิ่มตำระบอบอำมาตย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงกล่าวได้ว่า...

เพราะเธอคนนั้น จึงมีประชาไทในวันนี้

วโรทาห์: 8 มี.ค. 52

Thursday, March 5, 2009

พ่อโง่สอนลูก

พ่อ..คำๆนี้ช่างยิ่งใหญ่คับฟ้า สุดที่จะสรรหาคำใดมาเปรียบสำหรับใครบางคน ในขณะที่อีกหลายต่อหลายคนกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่เข้าใจจนแล้วจนรอด ว่าทำไมต้องตื่นเต้นกันนักหนา ในเมื่อเกิดมาทุกคน ก็ต้องมีพ่อเป็นของตัวเอง ให้ต้องเคารพยำเกรงกันอยู่แล้วเป็นธรรมดา ไม่เห็นจำเป็นต้องไปป่าวประกาศ แสดงความรักจนน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของคนอื่นซักกะนิด

พ่อ.. สำหรับคนบางคน ถือเป็นคำศักดิ์สิทธิ์เกินกว่า ที่จะไปเที่ยวเรียกใครว่าพ่อ เหตุเพราะทนไม่ได้ ที่จะให้ใครมากล่าวหา ว่าแม่เป็นคนหลายใจ แต่สำหรับใครอีกหลายคน กลับยินยอมพร้อมใจ ที่จะเรียกทุกคนว่าพ่อ ขอเพียงให้สามารถเป็นที่พึ่งได้ หรืออย่างน้อย ให้ได้หน้าก็ยังดี

พ่อ.. สำหรับใครบางคน ถือเป็นเป้าหมายสูงสุด ที่ต้องไขว่คว้าให้จงได้ ไม่ว่าจะเป็นตายอย่างไร ชาตินี้ขอให้ได้เป็นพ่อ อย่างพ่อมาก มักกะสัน เป็นตัวอย่างที่เลว แม้ใครต่อใครจะพากันรังเกียจ ยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อน ถึงขั้นผลักไสไล่ส่ง ไม่ยอมรับเป็นพ่อ ยังพยายามพล่านไปงุดๆ มุดรูนั้นออกรูนี้ จนสบโอกาสให้มันเอาจนได้ เปิดฉากตำนาน ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา

แต่เอาเหอะ..ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ในเมื่อหน้าด้านขืนใจจนได้เป็นพ่อ ก็ต้องเลยตามเลย ถือเสียว่า แม้จะไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่ในเมื่อด้านได้ถึงเพียงนี้ ถ้าไม่ยอมกันก็ไม่รู้จะว่ายังไง อย่างที่พ่อมากมักจะสอนลูกๆเสมอว่า คนเรานั้นมันต้องมีความมุ่งมั่น ดังคำขงจื๊อที่ว่า "ด้านได้อายอด"

คำๆนี้ขงจื๊อจะพูดจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือพ่อมากเองนั่นแหละ..ด้านจริงๆ

ตลอด เวลาที่ผ่านมา พ่อมากมักจะพยายามหาโอกาส พูดภาษาอังกฤษให้ลูกๆได้ยินเสมอ เพื่อยืนยันเรื่องที่พ่อชอบโม้ ว่ามีดีกรีระดับอ๊อกซ์ฝอร์ด แต่กลับมีปากหอยปากปู ไปเม้าท์กันมัน ว่าพ่อเคยเป็นช่าง "อ๊อกซ์" อยู่โรงงานประกอบรถยนต์ "ฝอร์ด"

เรื่องที่พ่อมากสอนนักสอนหนา คืออย่าโง่ ไม่ต้องดูอื่นไกล ให้ดูพ่อเป็นตัวอย่าง เรื่องที่ใครต่อใครจะมาต้มพ่อนั้นลืมไปได้โลด และเป็นธรรมเนียมอันน่าเบื่อ ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ พ่อเป็นต้องเล่าเรื่อง ล็อตเตอรี่ที่ขึ้นเงินไม่ได้ ให้ฟังกันจนหูชา เล่าซ้ำเล่าซาก เล่าจนลูกทุกคน จำได้ทุกประโยคโดยไม่ต้องท่องจำ

เรื่องของเรื่องมัน เกิดขึ้น เมื่อพ่อถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 แล้วนำไปขึ้นเงินสด เจ้ากรรมกองสลากก็บิดตะกูด จะจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้ได้ มันคงเห็นหน้าพ่อโง่ๆ เลยนึกว่าไม่ฉลาด แต่พ่อก็ดันรู้แกวว่า แคชเชียร์มันก็คือคนเชียร์แขก ขืนรับเช็คมันมาเป็นได้ติดสปริงเด้งดึ๋งเป็นว่าเล่น

ในเมื่อฝ่าย หนึ่งจะเอาเงินสด แต่อีกฝ่ายกลับยืนยันที่จะจ่ายเช็ค ถึงขั้นนี้มันก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ถือว่าผิดสัญญาซื้อขายกันเห็นๆ พ่อเลยยื่นคำขาดไป ถ้าไม่ยอมกันก็ต้องคืนสินค้า เอาสลากกลับไปเอาเงินคืนมา ท่ามันจะเห็นพ่อเอาจริง เลยยอมรับสลากคืนแต่โดยดี

งานนั้นพ่อฟันกำไร ไปเหนาะๆ เพราะแหกตามันไปว่าซื้อมา 200 มันก็คืนให้ 200 อะไรไม่ว่า ยังทำหน้าใหญ่แถมค่ารถกลับบ้านให้มาอีก 100 นี่ถ้ามันรู้ว่าพ่อลงทุนซื้อมาแค่ 80 คงแค้นหนัก จนแทบอยากจะฆ่าตัวตาย

เรื่อง นี้ยังถือว่าน้ำจิ้ม เมื่อเทียบกับเรื่องฉลาดๆมากมาย ที่พ่อมากเก็บมาเล่าให้ลูกฟัง หวังมัดใจให้ลืมพ่อแม้ว แต่เวรกรรมทำเขาไว้เยอะ ถึงพ่อมากจะพยายามอย่างไร ลูกๆก็ยังอดคิดถึงพ่อคนก่อนไม่ได้ อยู่กับพ่อแม้ว จะดีชั่วยังไง ก็ยังได้พกมือถือไปนั่งกินหูฉลาม

แต่หลังจากที่พ่อมาก พาพวกกุ๊ยสำเพ็งมาไล่ตื้บพ่อแม้ว จนต้องระเห็จไปอยู่ต่างเมืองแล้ว แค่ลูกๆจะหาแกลบข้าวหอมมะลิดีๆ เอามายาไส้ ก็ยังลำบาก

คนซวยๆมักจะมา พร้อมกับความซวยเสมอ ผีซ้ำกรรมซัด มาเจอวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์จนได้ กลายเป็นเสีย 2 เด้ง ตอนแรกก็เชื่อพ่อมาก ว่าไม่ใช่เรื่องซีเรียส เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ขาดแคลน ก็หันไปกินฮ็อตด็อกแทนยังพอไหว ที่ไหนได้ มารู้ภายหลังว่าพ่อมากพูดมั่ว ก็สายไปเสียแล้ว คราวนี้แม้แต่แกลบยังไม่รู้ว่าจะมีกินกันหรือเปล่า

หลังจากที่ทนเห็น ลูกๆ ต้มรองเท้าแตะซดน้ำกันโฮกๆไม่ได้ พ่อมากก็มีลูกฮึด ออกนโยบายใหม่มาเอาใจลูกๆ ในเมื่ออยากได้ระบบลูกหลานนิยมนัก ก็เอาไปเลยคนละ 20 จ่ายกันเห็นๆเป็นเช็คเงินสด เอาไปซื้อของที่ห้างไหนก็ได้ แต่เขาจะรับหรือไม่ ก็ต้องไปลุ้นกันอีกที แต่ที่แน่ๆโออิชิตกลงเพิ่มมูลค่าให้ 2 เท่าเป็น 40 เมื่อจ่ายค่าบุฟเฟท์อาหารญี่ปุ่น

ที่สำคัญ พ่อสั่งนักสั่งหนาว่า เงินนี้ห้ามเอาไปซุกหีบเป็นอันขาด ต้องควักออกมาเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันในบ้าน ชงกันเองกินกันเองไม่ต้องไปสนใจใคร เชื่อว่าไม่ช้า วิกฤติก็จะผ่านไปเอง โดยไม่ต้องทำอะไร ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกลไกตลาด เขารวยเราก็รวยด้วย เขาเจ๊งเราก็เจ๊งตาม ไม่เชื่อพ่อมากแล้วจะไปเชื่อใคร ฉายากุมารทอง ไม่ใช่ว่าใครจะได้มากันง่ายๆ

มาถึงขั้นนี้ ลูกๆถึงกับซาบซึ้งน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง ไม่นึกว่าพ่อมากที่เห็นอีเหละเขละขละมาโดยตลอด จะยังมีกึ๋นพอที่จะนำพาลูกๆฝ่าฟันวิกฤติโลก ถึงขนาดยอมลำบากไปหาเงินมาแจก ก็ยังบ่ยั่น ทำเป็นเล่นไป เงิน 20 บาท แม้จะไม่มากมายเท่าไหร่ แต่ถ้าคูณจำนวนลูกเข้าไป มันก็โขอยู่ กว่าจะกระเสือกกระสนหามาได้ พ่อคงลำบากไม่ใช่น้อย

เมื่อพ่อมากเฉลยให้รับรู้กันว่า เงินก้อนนี้พ่อไปกู้มา ลูกๆก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความสงสารพ่อ ดูหรือพ่อคุณ ขนาดไม่มีเงิน จนต้องตากหน้าไปขอกู้เงินจากพวกซามูไรก็ยังต้องจำยอม แล้วนี่พ่อยังต้องลำบากอีกนานเท่าไหร่ กว่าจะหาเงินมาใช้หนี้เขาหมด

"ลูกพ่อ..." พ่อมากดึงลูกๆเข้ามากอด ด้วยความเอ็นดู แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็ต้องทำไปตามบท แล้วพล่ามสอนว่า

" ขอให้ลูกๆทุกคน จงจำใส่ใจไว้เสมอว่า คนเราเกิดมา ต้องรู้จักพึ่งพาตนเองเป็นหลัก จะรอให้พ่อหาเลี้ยงไปชั่วชีวิตคงไม่ได้แน่ ที่พ่อจะทำเพื่อลูกๆได้ ก็มีเพียงเท่านี้ ข้างหน้าต่อไป ก็เป็นเรื่องของลูกๆแล้ว ที่จะต้องขวนขวายหาเงินมาใช้หนี้กันเอาเอง..."

"???????"

ทุกวันนี้ ลูกๆยังมึนตึ้บ ตัดสินใจไม่ถูกว่า ว่าจะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

อย่าซี้ซั้วเรียกใครว่าพ่อ

วโรทาห์: 5 มี.ค. 52

Tuesday, March 3, 2009

ปิดฉากอย่างอลังการ สมใจท่านประธานอาเสี้ยน

ให้ตายสิ..นึกว่าแค่ได้ เป็นนายกฯแล้ว คนจะนับหน้าถือตา เหมือนกับอดีตนายกฯที่ผ่านๆมา อย่างน้าแม้ว ลุงหมัก หรือแม้แต่น้าสมชาย ที่แม้ว่าจะได้เป็นแค่ช่วงสั้นๆ ก็ยังประทับใจจ๊อด จนกล่าวขวัญกันไปทั้งบาง แต่ที่ไหนได้ พอเทพประทานให้เป็นจริงๆ ไหง..มันวิเวกวังเวงวิเหวโหว ยิ่งกว่าหมาหัวเน่าซักสิบตัวมารวมกัน ยังไม่ปาน

ทุก วันนี้ไปไหนมาไหน ไม่มีใครยกมือไหว้ยังพอทน คุ้มดีคุ้มร้ายจะถ่มน้ำลายรดหน้าเอาละไม่ว่า นี่แหละหนา บ้านเมืองในยุคกาขาว แม้แต่ชาวบ้านก็เอียงกระเท่เร่ซะไม่มี

ว่ากัน ตามจริง ก็ดันเสี้ยนจนเกินเหตุเอง แล้วจะไปโทษใครได้ อยู่ดีไม่ว่าดี เป็นเด็กเป็นเล็กดันอยากจะขึ้นเตียง เขาถึงว่าคนมันไม่เจียมตัว พอขึ้นมายืนแถวหน้า ชาวบ้านชาวช่องเลยเห็นกันหมด ว่าที่เต๊ะท่าทำเก๋ไก๋ให้เห็นเป็นประจำ นั่นมันสื่ออำมาตย์ ช่วยสร้างภาพให้ทั้งนั้น

พอก้าวออกมาให้เห็นกันจะๆ ถึงได้รู้ว่าบุคคลิกมันโหลยโท่ยขนาดไหน แสนจะประดักประเดิด ไม่เห็นมีมาดของผู้นำซักกะนิด เหมือนเอาเด็กส่งเอกสารมาใส่สูท แล้วอุปโลกน์ให้เป็นผู้จัดการ ยังไงยังงั้น

อย่างวันที่ไปเดินท่อมๆ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศที่อินโดนีเซีย ภาพมันฟ้องออกมา ทำให้รู้กันไปหมด ว่าอเมซซิ่งไทยแลนด์แห่งนี้ มีนายกฯหนีทหาร ก็พี่แกเล่นไปเดินหลังงุ้ม ไหล่ห่อ คอยาว ชนิดที่ว่า ตาเซียงเมี่ยง เดินหาเขียดอยู่กลางทุ่งนา ยังดูเท่ห์กว่ากันเยอะ

ด้วยบุคคลิกอย่างนั้น มันจึงไม่แปลกที่ฝรั่งสวีเดนจะถามใส่หน้า ว่าฮูอาร์หยู? ก็ใครจะไปรู้ ว่าหุ่นหยองกรอดอย่างนี้ บ้านไหนเมืองไหน ใครจะเอาไปเป็นนายกฯ

สุลต่าน แห่งบูไน ที่ว่าฉลาดหลักแหลมเป็นเลิศ ยังเกือบพลาดท่าปล่อยไก่ ในงานประชุมอาเซี่ยน เมื่อทำท่าจะควักเงินออกมาให้ติ๊ป ตอนที่นายกฯของไทยปราดเข้าไปขอจับมือ ไม่บอกไม่รู่นะนี่ ว่านั่นคือนายกฯ นึกว่าคนขับรถมาขอเช็คแฮนด์ซะอีก

ขนาดว่าป้ากลอเรียตัวเตี้ยมั่กกั่ก ยังดูดีมีสง่ากว่ากันเยอะ ยิ่งสวมชุดแดงแป๊ด ออกมาเขย่าอารมณ์เฒ่าริษยาสองวันติดๆ ยิ่งเข้าตากรรมการ โกยคะแนนใส่กระเป๋าแทบไม่ทัน เรียกว่าประกาศตัวเป็นประชาธิปไตยจ๋า ชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ว่านี่มันบ้านใคร ระวังให้ดีเหอะ มาร์คจะขี่ม้าสามศอกไปบอกกำนัน

งานประชุมอาเซี่ยนที่เพิ่งผ่านไปแหม็บๆ ประเทศชาติจะได้อะไรนั้น มันไม่สำคัญเท่ากับที่มาร์คได้โชว์จ้อภาษาอังกฤษ ฟุตฟิตฟอไฟ ให้เห็นกันคาตา ว่านายกฯของไทยนั้น มันอินเตอร์ซะไม่มี จะเรียกว่า เป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติก็ไม่น่าจะผิด

ปิดฉากไปแล้วอย่างม่วน ซื่นโฮแซว เห็นภาพกุ๊ยกษิตจับมือกับกุ๊ยฮุนเซ็นแล้ว ภาพมันออกมาด้านๆยังไงไม่รู้ แล้วข่าวก็ไม่ได้บอกซะด้วยว่า ฮุนเซ็นแกแก้ตัวยังไง ตอนที่มาร์คยื่นคำขาด ให้ยกปราสาทออกไป แต่ห้ามเอาที่ดินไปด้วยเป็นอันขาด ก็คำพิพากษามันระบุโต้งๆ แต่ถ้าภาษาปะกิตไม่เข้าขั้นเทพ รับรองไม่มีทางแปลออก

ควันหลงจากคิว จับมือชักรูปกันแช๊ะๆ ผู้นำแต่ละชาติที่ทะยอยกันมา เช็คแฮนด์กับนายกฯเทพประทาน ไม่เห็นกระดี๊กระด๊าเหมือนตอนจับมือกับนายกฯทักษิณซักกะนิด อะไรไม่ว่า ยังตีสีหน้าปูเลี่ยนๆ แถมยิ้มแหยๆราวกับว่า กำลังจับมือกับโจรยังไม่ปาน

ข่าว ว่าทั้งหลายทั้งปวงมันมาจากนายกฯของเราเอง ที่ดันทะลึ่งไปแหกยิ้มจนเกินงาม ใครต่อใครเลยรู้กันหมด ว่าอ้ายนี่มันฟันเกนี่หว่า มิน่าล่ะถึงได้เกเรเหมือนกับฟันของมัน แต่ที่ทำให้กลั้นหัวเราะจนแทบฉี่เล็ด ก็ตอนที่มันฉีกยิ้มไปถึงใบหู แล้วหน้าตาก็ดันไปเหมือนกับมิสเตอร์บีน อย่างกับโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกัน

อะไร ไม่ว่า งานนี้นายกฯของไทย สวมวิญญาณศิษย์อาจารย์กู้ เอ่ยปากขอกู้มันดะไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ ลาว เขมร เวียดนาม ไปจนยันพม่า ประเทศที่มั่นใจนักหนา ว่าจนพอที่จะไม่มีใครกล้าขอกู้ ขนาดนั้นยังไม่วายโดดโหยง เมื่อนายกฯไทย ปราดเข้าไปกระซิบที่ข้างหู ว่า..

ขอค่ารถ 20 ดิ..เพ่

วโรทาห์: 3 มี.ค. 52

Friday, February 27, 2009

ทักษิณคือเสื้อแดง แต่เสื้อแดงไม่ใช่ทักษิณ

โอบ้ามาก!..กำลังเข้าได้เข้าเข็มแท้ๆ ดันมาเก็บฉากซะได้ เพิ่งจะมีโอกาสได้ฟังกุ๊ยกษิตด่ากุ๊ยฮุนเซ็นอยู่แหม็บๆ ก็มามีอันเป็นไป จะอะไรซะอีก ถ้าไม่ใช่ม็อบเสื้อแดง ที่กำลังแรงจัดทุกการขับขี่นั่นแหละ กำลังวิ่งฉิวปลิวลมอยู่แท้ๆ ดันมาสูบติดเอาดื้อๆ แล้วจะไม่ให้ชาวม็อบบ่นกะปอดกะแปดไปตามๆกัน มันจะเป็นไปได้ยังไง

ก็อย่างว่าแหละ ม็อบเกาเหลาจะเอาอะไรกันนักกันหนา สามวันดีสี่วันไข้ ได้แค่นี้ก็ดีถมถืดแล้ว รู้ๆกันอยู่ ว่าบ้านนี้เมืองนี้ จะริอ่านทำการงานอะไร มันก็ต้องมีเซ่น

ไม่เหมือนม็อบก๋วยจั๊บ ที่แม้แต่เส้นใหญ่ยังต้องเรียกพี่ อย่าว่าแต่เส้นหมี่หรือว่าเส้นเล็ก ขานั้นเขาจะหยิบจับอะไร มันให้ดูดีไปหมด ขนาดยึดสนามบินทั้งที ยังสนุกออกจะตายไป ไม่เพียงแต่อาหารดี ดนตรียังอร่อยเหาะอีกต่างหาก รปภ.สนามบินยังต้องกลับบ้านไปนอนเกาพุง เพราะมีตำรวจขนกันมารักษาความปลอดภัยให้อย่างแน่นหนา

เท่านั้นไม่พอ ยังมีทหารแฝงกายมาคอยกันท่าอีกชั้นหนึ่ง เผื่อว่าตำรวจจะทำมิดีมิร้ายต่อประชากุ๊ย โดยไม่ได้คาดฝัน เส้นใหญ่ไม่ใหญ่ ก็ขนาดว่าปล้นอำนาจมาได้ มีทหารเลวมาเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลให้ ยังได้รัฐบาลเด็กเส้น หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู มีทหารตำรวจคอยอารักขา ยิ่งกว่าไข่ในหินซะอีก

สำหรับขาโจ๋ที่ออกอาการฮึดฮัด ด้วยความเซ็งสุดขีด คงไปห้ามกันไม่ได้ ในเมื่อหมายหมั้นปั้นมือไว้แล้วว่า ยังไงงานนี้ก็ต้องเผด็จศึกซะให้ยกเดียวจอด เมื่อมาเจอโรคเลื่อนเข้าให้อย่างนี้ เป็นใครก็คงทำใจลำบาก สำหรับคนที่ยังงงๆ ก็ขอให้ใจเย็นๆ เพราะว่าบ้านนี้เมืองนี้ ยังมีอะไรให้ได้งงกันอีกเยอะ

สำหรับเหตุผลของโรคเลื่อน ก็ต้องบอกกันตามตรง ว่าไม่รู้จริงๆ ในเมื่อประกาศยกระดับการชุมนุมอยู่แหม็บๆ คงไม่มีใครอยากเลื่อนไปให้มันเสียมู้ด แต่ในเมื่อเหตุผลนั้นมันอยู่ในสายลม ก็ปล่อยให้มันคลุมเครือไว้อย่างนั้นแหละดี เดี๋ยวชาวบ้านเขาไปต่อจิ๊กซอว์กันเอาเองได้ แต่ว่าต่อออกมาแล้วจะเป็นตัวอะไร มันก็อีกเรื่อง อยากเล่นซ่อนแอบกันดีนัก ต้องให้ชาวบ้านเขาเม้าท์กันซะให้เข็ด

พูดถึงม็อบไร้เส้นชุดนี้ นับวันยิ่งดีวันดีคืน ออกหมัดทีไรจับเปาะเข้าปลายคางทุกที เล่นเอา”โอบ้ามาก” ถึงกับมีอาการชักตาตั้งอยู่เป็นระยะๆ เอาเป็นว่า นานๆครั้งออกมากระตุกต่อมฮากันซะที มันก็ดีไปอย่าง นานๆทีทำเรื่องเสียวๆ ให้หัวใจมันเต้นผิดจังหวะซะบ้าง มันก็เก๋ไปอีกแบบ

อย่าง การชุมนุมเที่ยวนี้ ก็มีไอเดียกิ๊บเก๋ เท่ห์อย่าบอกใคร โดยขบวนการเสื้อแดงสมองใส ชักชวนกันมาตั้งหน่วยกาชาด FARED เผื่อชาวม็อบเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้ปฐมพยาบาลกันตามมีตามเกิด ถึงจะไม่มีมดมีหมอ ก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ จะทำยังไงได้ ในเมื่อม็อบเรามันไม่มีเส้น

ต้อง ขอขอบใจอำมาตย์อีกครั้ง ที่ช่วยกันตีช่วยกันนวด จนขึ้นรูปเสื้อแดงออกมาน่ารักน่าชัง กลายเป็นขบวนการที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย แถมยังนับวันยิ่งแรงจัดเป็นม้าตีนปลายอีกต่างหาก การเว้นวรรคถอยฉากออกมาสะสมพลังงานก็นับว่าไม่เลวนัก ยิ่งอำมาตย์ช่วยกันตีอีกแรงก็ยิ่งดีไปใหญ่ สีแดงจะได้แดงเถือกไปทั้งแผ่นดิน รอจังหวะจุดระเบิดได้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น รับรองว่ามันส์พะยะค่ะ

ถ้าอำมาตย์หยุดตีซะอีก สีแดงอาจจะแผ่วปลายเอาดื้อๆ เสื้อแดงจึงไม่ต้องเสียกำลังใจเมื่อถูกตีหนักๆ ถือว่าเขามีแก่ใจมาช่วยลงแขกให้ มันก็ดีไปอย่าง การสู้กับย.ยักษ์เขี้ยวใหญ่ มันต้องมีน้ำอดน้ำทน ถึงเราจะตัวเล็กกว่าเขาเยอะ แต่ถ้ายืนระยะนานๆก็ไม่แน่เหมือนกัน กัดไปทีละคำ นานเข้าต่อให้ใหญ่แค่ไหน ก็มีสิทธิ์หมดตัวได้เหมือนกัน

สำหรับสื่อช้่วที่ตั้งหน้าตั้งตาตอกลิ่ม ก็จงพยายามต่อไป ในเมื่อเลือกที่จะรับจ้างเชียร์อำมาตย์เป็นอาชีพหลัก โดยทำสื่อเป็นอาชีพเสริม ก็ขออย่าได้ย่อท้อ ดังทุภาษิตที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามย่อมอยู่ที่นั่น ในเมื่อเสื้อแดงออกเต็มบ้านเต็มเมือง ยังหน้าด้านด่ากันอยู่ได้ ต้องถือว่าอยากจะรนหาที่เอง

ก็ไม่รู้อะไรกัน นักกันหนา โจมตีกันจังว่าม็อบเสื้อแดงนั้นสู้เพื่อทักษิณ ใจคอจะไม่คิดมุขใหม่ๆออกมาบลั๊ฟกันมั่งก็ให้มันรู้ไป ในเมื่อคนรักทักษิณ เขาก็ต้องสู้เพื่อคนที่เขารัก แล้วมันหนักกบาลใครไม่ทราบ พูดมากไปก็จะหาว่าเข้าข้างกัน ในขณะที่เสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณ ส่วนเสื้อเหลืองก็สู้เพื่อล้มล้างทักษิณ สรุปแล้วใครมันเลวกว่ากัน

เป็นอันว่า จนป่านนี้ยังหลับหูหลับตาท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง ไม่รู้จักแหกตาขึ้นมาดูมั่ง ว่าชาวโลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะอำมาตย์ช่วยสั่งสอนจนได้ดี ทั้งยุบพรรคทั้งไล่ล่าทักษิณ จนต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ ทุกวันนี้ นอกจากเสื้อแดงไม่ได้ผูกติดกับพรรคการเมืองแล้ว ยังไม่ได้ผูกติดกับทักษิณอีกต่อไป

ทักษิณคือเสื้อแดง แต่เสื้อแดงไม่ใช่ทักษิณ..เข้าใจหรือยัง

วโรทาห์: 27 ก.พ. 52

Thursday, February 19, 2009

เมื่อนายกฯครวญ..อย่าเรียกข้าว่าอาเฮีย

เรียบร้อย โรงเรียนแป๊ะไปแล้ว สำหรับปฏิบัติการ"ฝ่านรกยึดอุดร" ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ ขนาดกลิ่นอุจจาระยังไม่ทันจางหายไปจากหนองประจักษ์ก็ว่าได้ แม้กำลังพลครึ่งแสนจะโดนตำรวจซิวไปถึง 3 คน ที่เหลือก็ยังเกินพอที่จะลุยกันให้ถึงกึ๋น แต่เอาเข้าจริง นับไปนับมา หักขาดสายลาป่วยแล้วเหลือไม่ถึง 2 พัน เลยทำได้แค่กิน-ขี้แล้วกลับ ไม่ต้องลุยต้องเลยมันแล้ว

ไม่น่าเชื่อ ว่าคนที่ออกอาการผิดหวังไม่น้อยไปกว่าแป๊ะ กลับกลายเป็นหลวงตาอรหันต์ ที่สู้อุตส่าห์ทรยศต่อลูกศิษย์ลูกหา ดัดแปลงวัดป่าเป็นฐานทัพ กะว่ายังไงก็ต้องมีการฟาดเข้าให้ อย่างที่ตั้งอกตั้งใจนั่งลุ้นกันจนตัวโก่ง สุดท้าย เมื่อไม่มีการตีกันซักกะเผียะ อรหันต์ภิวัฒน์ที่ลมเสียได้ง่ายๆอยู่แล้ว เลยตบะแตกไม่มียั้ง ออกอาการล้งเล้งฮิพอฮิแม น้ำหมกน้ำหมากกระจาย

รูป การณ์อย่างนี้ วงการต่อรองไม่มีใครเขาให้ราคา ผิดกับสื่อชั่วบ้านเรา ที่ยังมะงุมมะงาหลา กดคะแนนให้จนมือแทบหงิก บอกว่าที่สีเหลืองไม่ถูกตีหัวแบะกลับมา ต้องถือว่าชนะสีแดงอย่างราบคาบ ดูว่าไปนั่น..ช่างคิดกันไปได้

ถ้าจะลุยกันจริงๆ เรื่องแค่นี้ สำหรับฝ่ายเสื้อแดง ต้องถือว่าชิวๆ หนักกว่านี้ยังเจอมาแยะจนขี้เกียจจะนับ ขนาดว่าอำมาตย์ออกอาวุธหนัก ระลอกแล้วระลอกเล่า ต่อเนื่องกันมาหลายปีดีดัก สีแดงยังไม่มีอาการยุบให้เห็นแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับพองเอาพองเอา จนแม้แต่ท่านปุโรหิต ยังต้องนั่งงงเป็นไก่ตาแตก ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ก็ไหนว่าตัดท่อน้ำเลี้ยงทักษิณแล้ว สีแดงจะตายเกลี้ยงไม่เหลือหลอไง แต่ทำไม ทำไปทำมา มันยิ่งตัดยิ่งโต แล้วนี่อำมาตย์จะทำยังไงดี

ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะความโง่มันไม่เคยปราณีใคร ในเมื่อยังมะงุมมะงาหลา หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าปัญหาอยู่ที่ทักษิณ ก็คงต้องปล่อยให้โง่กันต่อไป ในขณะที่สีแดงก็โตเอาๆ จนยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ไปซะแล้ว

ขนาดว่าคัดตัวเจ๋งๆ มาลงตำแหน่งสำคัญๆ เพื่อตามล่าตามล้างทักษิณเป็นการเฉพาะ ทั้งองค์กรอิสระ สื่อชั่ว นักวิชาการโฉด พรรคการเมืองเลว ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ยันไปจนตาชั่ง ล้วนแล้วแต่อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ ฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์กันทั้งนั้น เรื่องส่งลูก รับลูก ทำชิ่ง ติ๊ดชึ่ง จึงเนียนตาอย่าบอกใคร

แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ ปล้นเอาตำแหน่งนายกฯ ไปประเคนให้หนูมาร์ค คราวนี้เลยสนุกกันใหญ่ รัฐบาลขิงแก่ยังต้องชิดซ้าย เมื่อเจอรัฐบาลลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ละเลงกันจนเลอะเทอะ ปูดโน่นปูดนี่ให้เละเทะไปหมด

กับคิวที่ รตอ. ดร. เฉลิม อยู่บำรุง โยนระเบิดปิงปอง 250 ล้าน ตูมเข้าให้กลางฝูงตะกวด เล่นเอาตัวเงินตัวทองขวัญหนีดีฝ่อ เผ่นกระเจิงไปคนละทิศละทาง เมื่อพลพรรคประชาธิปัด ออกมาปัดกันอุตลุด ดูๆไปเหมือนลิงโดนมดแดงรุมต่อยยังไงยังงั้น ตั้งแต่หัวหน้าพรรค ยันประธานที่ปรึกษาเทกระโถน พร้อมใจกันออกมาประสานเสียงว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

ก็เพิ่งรู้ว่าประชาธิปัด แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง เขารับทำโฆษณาครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท ผลงานจะฮ้อแร่ดขนาดไหน คงไม่ต้องบอก ก็ขนาดว่าเสี่ยโรงปููน ยังตามจีบติดหนึบ ยิ่งกว่าข้าวเหนียวติดหนับ เขาไม่ให้รับงานใหญ่ ยังอุตส่าห์ซอยยิก ครั้งละล้านแปดล้านเก้า เอาให้ครบ 250 ล้านจนได้ อย่างนี้แล้วจะไม่ให้กกต.สนใจ มันก็เกินไป

เจ๊งสนิท ศิษย์ส่ายหน้า สำหรับการบินไทย "รักมึงเท่าฟ้า" เมื่อข้าวผัดหมื่นกล่อง ที่อภินันทนาการแก่ผู้ก่อการร้ายสากล เริ่มออกอาการผดผื่นคันให้เห็นกันแล้ว หลังจากเจ้าจำปีที่ชูคอโด่เด่มาหลายปีดีดัก กลับออกอาการมะเขือเผาเอาดื้อๆ งานนี้เกจิอาจารย์ต่างออกมาฟันธงกันแล้วว่า ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น

เยือนอินโดฯไม่เยือนไทย ไม่รู้ว่าลุงแซมจะส่งสัญญาณอะไรมาถึงลุงอำมาตย์ อุตส่าห์อธิบายว่า "อาหารดี ดนตรีอร่อย" ยังไม่ฟังกัน ก็ไม่รู้จะว่ายังไง

แม่นางฮิลลารี่นี่ก็เหลือเกิน ถึงแม้ไม่มีใจให้กัน จะแวะมาเข้าห้องน้ำซักหน่อยยังไม่มี อย่างน้อยก็น่าจะรับมุขกันซักหน่อยก็ยังดี เพื่อที่อำมาตย์จะได้ตีปี๊บ เขย่ามือตบให้ดังไป 3 บ้าน 8 บ้าน ว่าดูสิ แม้แต่อเมริกายังเห็นดีด้วย กับการปิดสนามบิน

โง่แล้วโง่เลย ถึงใครจะพยายามช่วยยังไงก็คงไม่หายโง่ไปได้ อยู่ๆอำมาตย์ ก็ดันไปช่วยแยกเนวินออกจากคนเสื้อแดงซะงั้น คราวนี้คนที่รักประชาธิปไตยแต่ไม่รักเนวิน เลยแห่กันออกมาแดงแป๊ด โดยไม่มีอาการเคอะเขิน เมื่อรวมเข้ากับคนรักทักษิณและประชาธิปไตย ผนวกเข้ากับคนรักประชาธิปไตยแต่ไม่รักทักษิณ เลยออกมามืดฟ้ามัวดินอย่างที่เห็นกันไปแล้ว

ล่าสุดยังผลักอ.ใจ ไปเข้าพวกเสื้อแดงโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คราวนี้เลยยุ่งกันไปใหญ่ เมื่ออ.ใจฉากแว๊บไปปักหลัก ตั้งป้อมสู้อยู่ที่ลอนดอน ด้วยเครือข่ายส่วนตัวที่กว้างขวางในระดับโลก เลยกลายเป็นกำลังเสริมที่แข็งปึ้กในต่างประเทศ ให้กับชาวเสื้อแดง โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง แม่แต่อีแปะเดียว

นี่ถ้าอำมาตย์โง่น้อยกว่านี้ซักหน่อย หันมาใช้งานทักษิณ แทนที่จะไล่บี้จนเหงื่อแตกอย่างทุกวันนี้ ขี้คร้านอำมาตย์ใหญ่จะยิ่งกว่าพยัคฆ์ติดปีกซะอีก

ปิดท้ายกันที่ข่าวบันเทิงกันดีกว่า เมื่อนายกฯของไทย กำลังจะโกอินเตอร์ ภายใต้บทบาท พระเอกหนังฟอร์มยักษ์ Don't call me hear ในชื่อภาษาไทย อย่าเรียกข้าว่าเฮี่ย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจ จากครั้งไปร่วมงาน ศพ ท่านผู้หญิงพูนสุข พนมยงค์ แล้วได้รับการต้อนรับอย่างเอิกเกริก ด้วยคำกล่าวยกย่อง ชนิดที่เจ้าตัวถึงกับออกอาการเขิน เมื่อใครต่อใครในงานต่างพร้อมใจกันสรรเสริญว่า...

อ้ายเฮี่ยๆๆๆๆๆๆ

วโรทาห์: 19 ก.พ. 52

Tuesday, February 10, 2009

กรณ์เอ้ย..ถ้าแบ๊งค์กล้าให้กู้ พวกตูก็กล้าชักดาบ

มันงาบจนได้ ไม่ทันไรก็ฟันซะแล้ว รัฐบาลไอ้เสือโหย โกยสะเด็ดสะเด่า ยังไหว้ครูไม่เสร็จ ก็สวาปามปลากระป๋องเน่าเป็นออเดิฟเข้าไปล็อตใหญ่ เล่นเอาวงการนักงาบ ถึงกับอึ้งทึ่งเสียวไปตามๆกัน ว่าอะไรมันจะไวปานนั้น

แล้ว ก็เป็นไปตามคาด พอโดนจับได้คาหนังคาเขา ปากมันแผล็บ ยังเถียงคอเป็นเอ็นว่าเปล่างาบ ส่วนหัวหน้าพรรคนั้นยิ่งแล้วใหญ่ รู้ทั้งรู้ว่างาบแหงๆ ยังปัดสวะว่า มันงาบเป็นการส่วนตัว ไม่ได้งาบเพื่อพรรคแต่ประการใด นี่ไงของจริง ไม่ได้อิงนิยาย ฆ่าตัดตอนกันเห็นๆ

เป็นไงล่ะ แมลงสาบแมนซะอย่าง ตวัดลิ้นแค่นี้มันเรื่องชิวๆ เขาถึงว่า ฝนจะตก แดดจะออก หมาจะขี้ คนจะแถ ใครจะไปห้ามมันได้ ยิ่งสื่อแท้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เห็นแก่ว่าเป็นกากี่นั้ง งานนี้เลยทำท่าว่าจะเป็นรายการงาบฟรี โดยมีประชาชนเป็นเจ้าภาพ ควักจ่ายกันหนึบหนับ อีกตามเคย

เสียดายบักจ้อนจอมคุ้ยเขี่ย ที่สู้อุตส่าห์ปั้นน้ำเป็นตัว ใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้ามมาหลายปีดีดัก เล่นกันเป็นร้อยๆเรื่อง ยังหาเรื่องไม่ได้ซักคดี เสียทีที่ใกล้เกลือซะเปล่า แต่ดันไปกินด่างซะได้ นี่ถ้าแบ่งเวลา หันมาเหล่ในบ้านตัวเองซะบ้าง รับรองได้ว่า จับที่ไหนเจอที่นั่น..ไม่ต้องมาก เอาแค่คดีสองคดี ป่านนี้ก็รุ่งไปนานแล้ว

เป็น อันว่า เรื่องปากเรื่องท้อง มันโชว์งาบกันไปเห็นๆ แต่เรื่องการเรื่องงาน ยังโชว์โง่กันไม่เลิก คิดอะไรไม่ออก ลอกการบ้านเพื่อนก็เอา ก็อปประชานิยมของน้าแม้วเอาดื้อๆ แต่ไม่มีปัญญาหาเงินมาถลุง เลยเล่นง่าย ออกเที่ยวเดินสายงกๆ แบมือขอกู้เงินชาวบ้าน เอามายาไส้

ผิดกับสมัย นายกฯทักษิณ อย่างหน้ามือกับหลังเท้า ขานั้นเขาใช้กึ๋นออกโร๊ดโชว์ ค้าขายจนล่ำซำ กลายเป็นประเทศผู้ให้กู้ มีหน้ามีตา อย่างเท่ห์ในเวทีโลก อนิจจา..คล้อยหลังไปแค่ไม่กี่ปี มันป่วนบ้านป่วนเมืองจนยูเทิร์น กลับไปเป็นประเทศผู้ขอกู้อย่างเก่า เล่นเอาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปตามๆกัน มาถึงขั้นนี้ ถ้าไม่เพียงพอ ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงได้

พะยี่ห้อประชา ธิปัตย์ซะอย่าง เรื่องกู้มันเป็นเครื่งหมายการค้าไปซะแล้ว ถ้ายังจำกันได้ โครงการมิยาซาว่า มันกู้มา 5 หมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจล้วนๆ กระตุ้นซะพุงปลิ้นไปตามๆกัน เรียกว่า กว่าไอติมจะส่งต่อไปถึงมือรากหญ้า มันเลียกันซะเกลี้ยงจ้อย เหลือแต่ไม้เสียบไอติมโด่เด่ ทิ้งไว้ให้ดูเล่นเป็นขวัญตา

แต่ช้าก่อน ที่เล่ามานั้นมันแค่เรื่องเด็กๆ ถ้าเทียบกับโครงการใหม่ ที่กำลังจะกระตุ้นเศรษฐกิจกันให้ซี๊ดซ้าด ขนาดว่ายังไม่ทันไร เทพเมือกถึงกับเลียปากแผล็บๆ เห็นว่างานนี้ ตั้งแท่นไว้ถึง 2 แสน 7 หมื่นล้าน อะไรมันจะอู้ฟู่ถึงปานนั้น ตามระเบียบวัดครึ่งกรรมการครึ่ง ยังไม่รู้ว่าจะถึงมือประชาชนซักกี่มากน้อย ที่สำคัญ ล็อตนี้ตั้งใจกู้มาผลาญเล่นโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับการลงทุนลงรอนอะไรทั้งสิ้น

คอย ดูเถอะ ถึงกำหนดเฉ่งคืนเมื่อไหร่ ประชาชนเป็นได้จ่ายเละ ชนิดดูไม่จืด รู้อย่างนี้แล้ว ราษฎรตาดำๆอย่างเราๆท่านๆ คงต้องเตรียมตัวรัดเข็มขัดกันให้แน่น เพราะว่าคิวนี้เล่นจริง เจ็บจริง มีฉิบหายจริงให้เห็นกันคาตา และที่สำคัญเหนืออื่นใด ประชาชนเจอไฟต์บังคับ ต้องลงมือแสดงเอง ฉิบหายเองไม่มีทางบิดพลิ้ว และอย่าได้หวังว่า จะมีตัวแสตนด์อิน มารับแสดงแทน เป็นอันขาด

คู่หูดูโอสายพันธุ์ใหม่ เด็กอมมือทางเศรษฐกิจ จากแคมบิดและอ๊อกสะฝอร์ด สองแรงแข็งขันกำลังแท็คทีม นำพาประเทศชาติเข้ารกเข้าพง ไปไม่กลับหลับไม่ตื่น เรื่องฟื้นนั้นไม่ต้องไปพูดถึง หนทางข้างหน้า รับรองได้ว่า ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ ลุ้นอยู่อย่างเดียวว่า จะไปโผล่นรกขุมไหน ก็เท่านั้น

นี่แหละคือประชาธิปัตย์ พรรคที่ถนัดแต่เรื่องกู้ ส่วนเรื่องหาเงินมาใช้คืน..ยังไม่ได้รับรายงาน

เฮือกสุดท้าย คงต้องขอร้องเฮียจักรภพ ให้เร่งออกรอบ เดินสายเยี่ยมสถานทูตอีกซักกระทอก คราวนี้ขอเนื้อๆเน้นๆไปที่ประเทศจอมปล่อยกู้ทั้งหลาย สำทับไปเลยว่าถ้ายังขืนทำเก๋ ปล่อยกู้ให้รัฐบาลโจร ประชาชนชาวไทย จะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ในเมื่อรู้ทั้งรู้อยู่เต็มอก ว่ารัฐบาลอั้งยี่ก๊กนี้ มันไม่ได้ฉันทานุมัติจากประชาชน แต่เป็น"ฉันทานุมัด"จากท่านปุโรหิต ถ้ายังขืนหน้ามืดปล่อยกู้ก็ช่วยไม่ได้ แต่บอกไว้ก่อนว่า ถ้ากล้าให้กู้ พวกตูก็กล้าไม่จ่าย ปล่อยกู้ให้ใครก็ไปตามทวงกันเอาเอง ใครกู้ใครจ่าย ตรงไปตรงมา ว่ากันแฟร์ๆ

ส่วน แหล่งทุนในประเทศนั้นไม่มีปัญหา ใครใคร่ปล่อย..ปล่อย เพราะคนไทยนั้นคุยกันง่าย ไม่จ่ายก็คือไม่จ่าย ปล่อยให้ใครก็ไปตามเฉ่งกันเอาเอง

พูดถึงเรื่องกู้แล้วมันกลุ้มใจหลาย สู้มาพูดถึงวันแดงทั้งแผ่นดิน เมื่อ 31 มกรา ยังสบายใจกว่ากันเยอะ เหตุเพราะว่า ไปๆมาๆสีแดงนับวันจะแดงแป๊ดไปกันใหญ่ ยิ่งสกัดกั้นยิ่งลามปาม กลายเป็นไฟลามทุ่ง เรียกว่า รั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ไปซะแล้ว ต้องขอแสดงความเสียใจกับ คนเฒ่าคนแก่ใกล้ตายทั้งหลาย ที่ติดเชื้อริษยาจนขึ้นสมอง เห็นทีว่าคราวนี้ คงต้องนอนตายตาไม่หลับกันเป็นแถว

สนามหลวงที่ว่ากว้างนักกว้างหนา ยังดูคับแคบไปถนัดตา เมื่อถูกเติมเต็มด้วยสีแดง ที่ยั้วเยี้ยยิ่งกว่ามดปลวก นับไปนับมาน่าจะได้ถึงหลายหมื่น บ้างก็ว่าน่าจะเฉียดแสน ส่งผลให้อ้ายมาก ผู้แอบปิ๊งยายเนียมมาเป็นกิ๊ก ต้องแอบหลบไปนั่งปาดเหงื่ออยู่ที่เมืองดาวอส ถึงขนาดนั้นยังทำเปนปากกล้า ยื่นหน้ามาท้าทายเหย็งๆว่าบ่ยั่น อ้างว่าคนไทยนั้น ต่อต้านการประท้วงของเสื้อแดงไปนั่น นี่ถ้าไม่ขาสั่นให้จับไต๋ได้ คงจะเชื่อไปแล้วนะนี่

ต้องขอขอบใจสื่อชั่ว ที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ตราบถึงวันตายคงไม่อาจเปลี่ยนแปลง อยู่ดีไม่ว่าดี ไปปลุกเร้ากันจนได้เรื่อง เล่นเสนอข่าวว่าคนมาน้อยจนน่าตกใจ เล่นเอาสีแดงที่แอบหลบ ไปอู้งานอยู่บ้านใครบ้านมัน ถึงกับก้นร้อนนั่งไม่ติดกันเป็นแถว ต้องกระวีกระวาดชวนกันอาบน้ำแต่งตัว แล่นออกจากบ้านแทบไม่ทัน

จากที่กะว่าจะมากันพอสัณฐานประมาณ เลยพลิกผันกลายเป็นมืดฟ้ามัวดิน เล่นเอาสนามหลวงแตกแล้วแตกอีก ล้นทะลักไปรอบทิศ โดยไม่ได้นัดหมาย

พูด ถึงสีแดงวันนี้ คงต้องว่ากันให้หมดเปลือก หลังจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสมรภูมิเต็มที เป็นอันว่าการันตีได้ เป็นสีที่ติดแน่นทนนาน ซึมลึกเข้าถึงกระดูกดำ ต่อให้ผืนดินกลบหน้า ยังไม่มีทางหลุดร่อน ขนาดว่าม็อบแป๊ะออกมาเต้นร๊อค เขย่าขวัญสั่นประสาทอยู่เป็นปีๆ ยังเอาไม่อยู่ จนแล้วจนรอด ยังหลอกให้สีแดงกลายพันธุ์ไปเป็นสีเหลืองไม่ได้ แม้แต่หยดเดียว

ทาง ฝั่งผีตองเหลืองซะอีก เห็นคุยนักคุยหนา ว่าเหลืองอ๋อยถึงใจไม่มีใครเทียบได้ สีแท้สีดีมันต้องสีมีเส้น ติดแน่นติดทนติดนาน แต่ดันลอกเอาๆเป็นว่าเล่น ลอกไม่ลอกเปล่า กลายพันธุ์ไปเป็นสีแดงซะฉิบ เรียกว่าเสีย 2 เด้งไปกลับ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เขาถึงว่า ความจริงนั้นมันหนีกันไม่พ้น ช้าเร็วมันต้องแดงโร่ออกมาจนได้

ขนาด ว่าบางคน แอบเนียนอยู่ได้ตั้งนาน อยู่ๆยังโดดก๋าออกมาโชว์หวิวกันเป็นแถว ชาวบ้านชาวช่องเลยพลอยฟ้าพลอยฝน หูตาสว่างไปตามๆกัน ว่าที่แท้แล้ว มันก็พวกแดงทั้งนั้น เพียงแต่ว่า พวกนี้มันแดงเฉพาะที่หาง

แม้แต่ กลุ่มพ่อเนวินที่ถือว่าเนรคุณจัด เห็นกลับลำทำยูเทิร์นซะขนาดนั้น ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าจะกลายพันธุ์ไปง่ายๆ สีแดงยังไงก็ยังแดงอยู่วันยันค่ำ เพียงแต่ว่ามันเป็นแดงนอกคอก ที่วันหน้าวันหลังคงจะหาที่ยืนลำบาก ตกที่นั่งเดียวกับสีเหลืองเหลือขอ ที่คงต้องปล่อยให้ตายไป ทั้งที่ยังเหลืองอ๋อยอยู่นั่นแหละ เห็นๆอยู่ว่า นับวันมีแต่คนก่นด่าสาปแช่ง ขนาดว่าคนด่าไม่เป็น ยังอดไม่ได้ ต้องเอาซะหน่อย

นับประสาอะไร กับบรรดาผู้ที่ไม่ประสงค์จะออกนาม แต่ประสงค์จะด่าฟรี ที่ออกมากระดี๊กระด๊ากันใหญ่ งานนี้ทั้งหัวหงอกหัวดำ ยันไปถึงหัวเถิก ถูกขุดโคตรเหง้าศักราช ออกมาตีแผ่จนล่อนจ้อน ไม่เหลืออะไรไว้ให้จินตนาการ แม้แต่นิดเดียว อะไรที่ไม่เคยรู้ เลยได้รู้กันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

คิดแล้วก็น่าเห็นใจ ว่าถึงวันหน้า เมื่อฟ้าเปลี่ยนสี ลูกหลานพวกนี้ไม่รู้ว่าจะอับอายแค่ไหน ดีไม่ดี ต้องเร้นกายไปขุดรูอยู่ ให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป

โดยเฉพาะอ้ายแป๊ะ ตัวดี นี่มันตัวแสบ เห็นประกาศชัยชนะกันจัง ไม่รู้ว่าชนะพ่อชนะแม่อะไรของมัน ทั้งที่เอาเข้าจริง ก็หนีไม่พ้นตาชั่ง ต้องตากหน้าออกมาช่วยแถ ต้องเสียสละสีข้างเอามาถูจนถลอกปอกเปิก เรียกว่าต้องปล้นกันกลางวันแสกๆ ถึงจะเอาสีแดงลงได้ สรุปว่าสู้มา 192 วัน ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากได้หนี้ค่ายึดสนามบินมาเป็นแสนล้าน

ตาม คอนเซ็ปต์แป๊ะเด๊ะๆ ไปถึงไหนสร้างหนี้ถึงนั่น เจ๊งแล้วเจ๊งอีก จนไม่มีอะไรจะเจ๊ง เลยต้องออกมากู้ชาติ เอาไปตั้งตัวใหม่ จนป่านนี้ยังไม่สำเหนียกว่า อ้ายอีผู้ใด ที่มันบังอาจ ประกาศชัยชนะเหนือประชาชน ก็เท่ากับขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ

นี่ เห็นว่า กล้าหาญชาญชัย ถึงขนาดประกาศว่า จะตั้งพรรคสีเหลือง "เทียนแห่งทำ" อะไรทำนองนั้น นี่ถ้าเป็นเรื่องจริง สีแดงก็ได้เตรียมเฮ ในเมื่อฐานเสียงมันทับซ้อนกันอยู่กับพรรคแมลงสาบ ถ้าไม่บรรลัยกันไปข้าง มันก็ไม่ใช่"หั้นกัดเกีย"

งานนี้พรรคกาลีตีโง่โดยไม่รู้ตัว เมื่ออุตส่าห์ส่งสาวกไปช่วยแป๊ะป่วนเมือง แต่ทำไปทำมา กลายเป็นเตะหมูเข้าปากหมาไปซะได้ สาวกโง่ๆโดนแป๊ะซาดิสต์ล้างสมองจนกลับบ้านไม่ถูกกันเป็นแถว เมื่อออกมารูปนี้ซะแล้ว ถึงเวลาต้องเลือกตั้งกัน ไม่บอกก็คงรู้ว่า แมลงสาบแมนทั้งหลาย ต้องเทใจเลือกแป๊ะกันเป็นแถว เห็นแก่ความสัมพันธ์อันแนบแน่น 192 วัน อย่างน้อยก็เคย"หั้นมาด้วยเกีย"..เคย "เฮี่ยมาด้วยกัน"

สุดท้ายต้อง ขอปรบมือดังๆให้อำมาตย์ใหญ่ ที่กล้าได้กล้าเสีย ส่งเด็กฝึกงานมาบริหารประเทศ ทำให้ไม่ต้องลุ้นกันยาว ฝีมือระดับนี้ รับรองได้ ไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ เศรษฐกิจก็ล้มครืน เทกระจาดกันเป็นแถว คราวนี้ละแกเอ๊ย แผ่นดินได้ลุกเป็นไฟ การปฏิวัติครั้งใหม่ต้องตามมา แต่คราวนี้อำมาตย์คงไม่มีแผ่นดินอยู่ พราะว่ามันคือ...

การปฏิวัติของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

วโรทาห์: 10 ม.ค. 52